คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และเทคโนโลยี

อย่าศึกษาเพียงการเขียนโค้ด แต่ให้ศึกษาการทำงานกับเทคโนโลยี

ทุกวันนี้ ทุกคนอยากที่จะศึกษาวิธีการเขียนโค้ด มันดูเหมือนเป็นทักษะที่ขาดไม่ได้ไปแล้ว แต่แน่ใจหรือว่าคุณอยากจะเขียนโค้ดจริงๆ? Sean Blanda แนะนำว่าการเรียนรู้ทักษะง่ายๆ ไม่ค่อยช่วยอะไรนัก

ถ้าคุณอยากเป็นโปรแกรมเมอร์ นั่นเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าจะมองหางานโดยพื้นฐานของ hard skill เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งนั้นเป็นความคิดที่ล้าสมัยไปแล้ว การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีบังคับให้เราต้องคิดใหม่ว่า hard skill ใดกำลังเป็นที่ต้องการ (ซึ่งเราก็ควรทำ) การอยู่บนจุดสูงสุดของ hard skill ที่เป็นที่ต้องการเป็นสิ่งจำเป็นในระยะสั้น แต่หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดที่จะนำไปสู่ความสำเร็จระยะยาวคือพุ่งเป้าไปที่ soft skill ที่ต้องการโดยไม่สนว่ากำลังทำงานกับเทคโนโลยีใดอยู่

การเรียนรู้นี้ไม่ควรจะขัดขวางการเรียนรู้การเขียนโค้ด แต่ถ้าคุณจำสิ่งที่นักพัฒนามืออาชีพรู้อยู่แล้ว คุณจะต้องเรียนรู้การเขียนโค้ดไปตลอดชีวิต อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณต้องการที่จะมีทักษะสำคัญตลอดชีวิต คุณควรจะมีความสุขกับเทคโนโลยี มันจะเป็นการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเป็นการทำงานหนักขึ้นอีกหน่อย แต่ผมว่าคนส่วนมากกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะไม่รู้สึกเหมือนทำงาน

ที่มา – LifeHacker

คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และเทคโนโลยี

นวัตกรรมใหม่! แท็กซี่ญี่ปุ่นส่งเสียงเตือนเมื่อลืมของในรถ

บริษัทแท็กซี่ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นผุดไอเดียบรรเจิดเพื่อแก้ปัญหาซ้ำซากสำหรับผู้โดยสาร นั่นก็คือ การลืมสิ่งของสัมภาระไว้ในรถนั่นเอง Wall Street Journal รายงานว่า Kokusai Motors มีแผนที่จะนำระบบส่งเสียงเตือนเมื่อผู้โดยสารลืมสิ่งของไว้บนรถ โดยอาศัยการทำงานของกล้องสี่ตัวจับภาพก่อนผู้โดยสารขึ้น แล้วนำไปเปรียบเทียบกับภาพหลังผู้โดยสารลงรถ

jpeg

Kokusai Motors จะติดตั้งระบบใหม่นี้กับแท็กซี่ 3,100 คัน ในต้นทุน 50,000 เยน หรือ 500 ดอลลาร์สหรัฐต่อหนึ่งคัน ปีที่แล้ว ตำรวจโตเกียวรับแจ้งความคดีของหายบนรถถึง 210,000 คดี และกว่า 60% ของที่พบบนรถคือการโทรศัพท์มือถือ

ไม่รู้ว่าจะมีบริษัท หรือสหกรณ์แท็กซี่ในประเทศไทยแห่งใดจะนำระบบนี้มาใช้บ้างรึเปล่า เพราะต้นทุนค่อนข้างสูงทีเดียว

ที่มา – The Verge

ข่าวสารและการเมือง, คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และเทคโนโลยี

นโยบายทำ app ของผู้สมัครผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ

ช่วงนี้เป็นเทศกาลหาเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้สมัครต่างออกนโยบายหาเสียงกันอย่างคับคั่ง แต่ก็มาสะดุดกับนโยบายทำแอพบนโทรศัพท์มือถือหลายๆ อย่างของผู้สมัครหลายท่าน

ไม่รู้ว่ามีใครรู้สึกรึเปล่าว่าการทำแอพบนโทรศัพท์มือถือมันเป็นเทรนด์อย่างหนึ่ง เหมือนสมัยก่อน ที่จะให้ข้อมูลอะไรกับประชนชน ก็ต้องทำเว็บไซต์ขึ้นมา เว็บนึงให้ข้อมูลอย่างนึง อยากจะได้ข้อมูลอีกอย่างนึงก็ทำอีกเว็บนึง แล้วก็จดโดเมนเนมกันเกลื่อนไปหมด ทั้งๆ ที่ข้อมูลหลายๆ อย่างสามารถมาได้จากเว็บเดียวคือเว็บของกรุงเทพมหานคร แต่เพื่อทำเอาหน้า ทำให้มีผลงาน ก็สร้างมันเข้าไปหลายๆ เว็บ ไม่ค่อยได้คำนึงถึงผู้ใช้งานจริงเท่าใดนัก

แอพบนโทรศัพท์มือถือก็ไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่นัก จะมีบ้างมั้ยที่จะทำทุกอย่างให้รวมกันอยู่ที่เดียว ข้อมูลชุดเดียว หรือร่วมมือกับผู้ให้บริการที่มีอยู่ มีฐานลูกค้า ฐานผู้ใช้งานอยู่แล้ว ผู้ใช้จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง เพราะกรุงเทพมหานครไม่ใช่ผู้ให้บริการ ไม่ได้ขายแอพพลิเคชั่น แต่เป็นเพียงผู้สนับสนุนและผู้ให้ข้อมูลเท่านั้น

ลองยกตัวอย่างง่ายๆ ผู้สมัครท่านหนึ่งมีนโยบายจะทำแอพบนโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้หามัสยิดและร้านอาหารฮาลาลได้ง่าย ถ้าผมเป็นคนในพื้นที่ ผมคงไม่ต้องการแอพนี้อยู่แล้ว คนที่อยากจะใช้แอพจำพวกนี้ต้องเป็นคนต่างถิ่น เป็นนักท่องเที่ยว แล้วคิดดูว่านักท่องเที่ยวจะมาเที่ยวกรุงเทพฯ ควรจะต้องโหลดอะไรบ้าง? แอพให้ข้อมูลรถโดยสารสาธารณะ แอพข้อมูลร้านอาหาร แอพข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว แอพแลกเปลี่ยนเงินตรา ฯลฯ  Continue reading “นโยบายทำ app ของผู้สมัครผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ”

คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และเทคโนโลยี

ผู้ปกครองใช้เครื่องบินบังคับเพื่อติดตามลูกเดินไปขึ้นรถโรงเรียน

ผู้ปกครองที่ไม่ค่อยสันทัดด้านเทคโนโลยีมักใช้วิธีเดินไปส่งลูกขึ้นรถโรงเรียนทุกๆ เช้า แต่ Paul Waillich ไม่ทำเช่นนั้น เขาใช้วิธีสร้างเครื่องบินบังคับขึ้นมาเพื่อติดตามลูกชายของเขาขึ้นรถโรงเรียนเป็นระยะทาง 400 เมตร แทน Wallich ใช้วิธีดัดแปลงส่วนประกอบสำคัญของเครื่องบินบังคับ อันประกอบไปด้วยเซ็นเซอร์, อุปกรณ์สัญญาณวิทยุ และแบตเตอร์รี แรกเริ่มเขาคิดว่าจะใช้ RFID แต่พบว่ามันใช้พลังงานมากเกินไป จึงเปลี่ยนมาใช้ GPS ที่สามารถกำหนดระยะห่างระหว่างตัวเครื่องบินกับลูกของเขาได้แทน

Child-Copter_large_verge_medium_landscape%5B1%5D[1]

หลังจากติดตั้งชิพ GPS ไปที่กระเป๋าสะพายของลูก และติดตั้งโทรศัพท์มือถือกับเครื่องบินบังคับสำหรับงานถ่ายภาพวิดีโอก็สามารถใช้งานได้ทันที Wallich บอกว่ายังสามารถพัฒนาเครื่องบินบังคับด้านการออกแบบเพิ่มเติมได้อีก เครื่องบินบังคับที่เล็กและเบามีปัญหาเมื่อต้องเจอกับลม และสามารถบรรทุกได้เพียงแค่แบตเตอร์รีสำหรับบินไปกลับเท่านั้น Wallich มั่นใจว่าการพัฒนาต่อไปจะสามารถทำให้การใช้เครื่องบินบังคับเป็นสุดยอดสายตาของพ่อแม่ในการติดตามดูลูกๆ อีกด้วย

ที่มา – The Verge