ข่าวสารและการเมือง

การเลือกตั้งคือทางออก

มันเกี่ยวกันตรงไหนว่ารัฐบาลชั่วแล้วยังไม่สมควรมีการเลือกตั้ง? คุณอรรถวิชช์พูดถูกว่ามาตรฐานความดีความชั่วของแต่ละคนมันแตกต่างกัน แล้วคุณอรรถวิชช์จะเอามาตรฐานของตัวเองมาตัดสินแทนคนอื่นๆ ในประเทศนี้ได้อย่างไร? ถามคนทั้งประเทศแล้วหรือยัง?

การที่รัฐบาลมีปัญหาคอร์รัปชัน บริหารงานผิดพลาด แล้วมีกลุ่มคนออกมาชุมนุมประท้วง นำเสนอข้อมูลในฝ่ายที่ตนเองมีสู่สาธารณะ เพื่อโน้มน้าวให้คนที่นิยมชมชอบรัฐบาลอยู่มาเห็นด้วยกับตัวเอง นั่นเป็นสิทธิเสรีภาพที่ทำได้ ตราบเท่าที่ไม่ไปกระทบต่อสิทธิของผู้อื่น แต่ภาพที่ปรากฏอยู่ตอนนั้นมันเป็นอย่างนั้นหรือ มีการไปปิดล้อมสถานที่ต่างๆ ไปคุกคามคนโน้นทีคนนี้ที ไปตัดน้ำตัดไฟบ้านใครก็ได้

การต่อต้าน พรบ.นิรโทษกรรมโดยการออกมาเป่านกหวีด และเดินประท้วงไปตามท้องถนนของคนจำนวนมาก แม้จะไม่ใช่เสียงของคนส่วนใหญ่ของประเทศ แต่ก็สร้างแรงสั่นสะเทือนให้รัฐบาลที่ได้รับเลือกจากคนส่วนใหญ่ต้องยอมถอน พรบ.ออกจากการพิจารณา และยอมยุบสภาในที่สุด นั่นคือที่สุดแล้วที่จะสามารถทำได้ตามระบอบประชาธิปไตย

บางคนก็บอกว่าเป็นการชุบตัวของรัฐบาล จริงๆ แล้วการเลือกตั้งไม่ได้ทำให้คดีคอร์รัปชันสิ้นสุดลงไปด้วย เมื่อคดีเข้าสู่ ปปช. ก็ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ถ้ามีหลักฐานว่ากระทำผิด ก็ถูกลงโทษไปตามกฎหมาย

และยังบอกอีกว่ายุบสภาไปเดี๋ยวก็ได้เลือกเข้ามาใหม่ นั่นอาจจะเป็นไปได้หรือไม่ ใครจะไปรู้ล่วงหน้า การพูดลักษณะนี้ถือเป็นการไม่เคารพเสียของประชาชนอย่างมาก ไปดูถูกว่าคนที่เลือกพรรคเพื่อไทยเป็นคนโง่ ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร เลยจำเป็นต้องมีกระบวนการบางอย่าง ที่ไม่ต้องสนใจสิทธิในการเลือกของเขา นั่นคือ “รัฐบาลคนดี” ที่มาจากการแต่งตั้งที่นำเสนอกันมาตลอด  Continue reading “การเลือกตั้งคือทางออก”

Advertisements
ข่าวสารและการเมือง

การเลือกตั้งสำคัญอย่างไร?

ใกล้จะถึงวันเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งกำหนดไว้วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้แล้ว แม้จะมีการต่อต้านการเลือกตั้งครั้งนี้อยู่พอสมควร แต่ฝ่ายต่อต้านก็ออกตัวว่าไม่ได้ต่อต้านการเลือกตั้ง แต่ต้องการเพียงแค่อยากจะปฏิรูปก่อนที่จะมีการเลือกตั้งเท่านั้น

หากมองอย่างผิวเผินก็จะมองว่าม็อบนี้ไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะต่อต้านการเลือกตั้ง แต่ถ้าได้ฟังเหตุผลของม็อบก็พอจะเข้าใจว่าไม่ใช่ต่อต้านประชาธิปไตย เพียงแต่ต้องการการปฏิรูปบ้านเมืองก่อนเท่านั้น แล้วจึงค่อยให้มีการเลือกตั้ง แต่ถ้ามองให้ลึกลงไปกว่านั้นอีก คือม็อบกลุ่มนี้ไม่พึงพอใจต่อระบอบประชาธิปไตยแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน จึงอยากจะเปลี่ยนแปลง แต่ข้อเสนอและรูปแบบที่จะปฏิรูปไม่เป็นประชาธิปไตย

สิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นประชาธิปไตยที่เด่นชัดที่สุดคือ ข้อเสนอที่จะให้มีการจัดตั้ง “รัฐบาลคนกลาง” ที่มาจากการแต่งตั้ง และ “สภาประชาชน” ขึ้นมาเป็นตัวแทนของ “ประชาชน” เพื่อรวบรวมข้อเสนอในการปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ คำถามก็คือ เราจะเอาอะไรมาชี้วัดว่า คนที่เข้าไปนั่งในสภาดังกล่าว เป็นตัวแทนของประชาชนจริงๆ?

“รัฐบาลคนกลาง” แน่นอนว่าไม่ได้มาจากการเลือกของประชาชนอยู่แล้ว ไม่เป็นประชาธิปไตยแน่นอน ส่วนเรื่องของ “สภาประชาชน” ข้อเสนอของม็อบดังกล่าวคือการคัดเลือก “คนดี” จากสาขาวิชาชีพต่างๆ จำนวน 300 คน และ ม็อบคัดเลือกอีกจำนวน 100 คน รวมเป็นทั้งหมด 400 คน แต่ 400 คนนี้มีความยึดโยงอะไรกับประชาชนทั้งประเทศ?

โอเค เราอาจบอกว่าเป็นตัวแทนสาขาอาชีพ เช่น ชาวนา เราอาจมีชาวนามาเป็นตัวแทนในการปฏิรูป ซึ่งยากมากในเหตุการณ์ปกติที่ชาวนาธรรมดาจะได้เข้ามาเป็นตัวแทนของประชาชน แต่… ชาวนาคนนี้ได้รับฉันทามติจากชาวนาทั้งประเทศแล้วหรือยัง? ชาวนาคนอื่นๆ อาจจะอยากให้ชาวนาอีกคนเข้ามาเป็นตัวแทนก็ได้ ตรงนี้เราเอาอะไรพิสูจน์ถ้าไม่มีการลงคะแนนอย่างเป็นทางการ?

แล้วลองนึกถึงพวกสาขาอาชีพใหม่ๆ ในปัจจุบันสิ คนที่ทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์จะมีตัวแทนสาขาอาชีพของผมเข้าไปทำหน้าที่ตรงนี้หรือไม่? คนที่ทำงานแบบ freelance จะมีตัวแทนหรือไม่? แล้วคนที่ทำงานสุจริตบางอย่างที่สังคม “คนดี” ไม่ยอมรับ เช่น หมอนวดตามสถานบริการ จะมีโอกาสได้มีตัวแทนหรือไม่?

จริงๆ การแบ่งตัวแทนออกไปตามสาขาอาชีพ ดูเป็นวิธีที่น่าสนใจ แต่คำถามก็มักจะเกิดขึ้นอย่างที่แสดงตัวอย่างไปข้างต้น อาชีพอะไรจะสามารถเป็นตัวแทนใน “สภาประชาชน” แห่งนี้บ้าง และจะคัดเลือกกันอย่างไร

ในเมื่อการเลือกตัวแทนแบบสาขาอาชีพเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมได้ ก็ต้องมาลงเอยที่การเลือกตัวแทนโดยอ้างอิงทางภูมิศาสตร์ อย่างที่เราทำกันอยู่ในปัจจุบันนี้นั่นเอง เพราะเป็นวิธีที่ง่ายและมั่นใจได้ว่าทุกคนมีสิทธิ์ในการเลือกผู้แทนของตนเองอย่างเท่าเทียมกัน

ข่าวสารและการเมือง

การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ ส.ว. ขัดรัฐธรรมนูญจริงหรือ?

วันนี้จะมีการอ่านคำพิพากษาคดีที่พรรคประชาธิปัตย์ร้องว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาของสมาชิกวุฒิสภา จากการแต่งตั้งเดิม มาเป็นเลือกตั้งนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘

เรามาดูกันก่อนว่า มาตรา ๖๘ กล่าวไว้ว่าอย่างไร

มาตรา ๖๘ บุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ มิได้

ในกรณีที่บุคคลหรือพรรคการเมืองใดกระทำการตามวรรคหนึ่ง ผู้ทราบการกระทำดังกลาวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำการดังกล่าว

ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้พรรคการเมืองใดเลิกกระทำการตามวรรคสอง ศาลรัฐธรรมนูญอาจสั่งยุบพรรคการเมืองดังกล่าวได้

ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคการเมืองตามวรรคสาม ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารของพรรคการเมืองที่ถูกยุบในขณะที่กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นระยะเวลาห้าปีนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งดังกล่าว

ทีนี้มาดูในหมวด ๑๕ เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มีข้อความที่เขียนไว้ว่า  Continue reading “การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ ส.ว. ขัดรัฐธรรมนูญจริงหรือ?”