วิทยาศาสตร์

เราต้องการค่า Pi ที่มีทศนิยมกี่ตำแหน่ง

เป็นที่รู้กันว่ามีการคำนวณค่า Pi ออกมาเป็นทศนิยมถึงล้านล้านตำแหน่ง แต่จริงๆ แล้วเราต้องการใช้กันกี่ตำแหน่ง วีดีโอนี้แสดงให้เห็นว่าจริงๆ แล้ว เพียงแค่ 39 ตำแหน่ง ก็เพียงพอต่อความต้องการแล้ว

ด้วยค่า Pi เพียงแค่ 39 ตำแหน่ง เราสามารถคำนวณเส้นผ่านศูนย์กลางของจักรวาล ไปจนถึงความกว้างของอะตอมไฮโดรเจน แน่นอนว่าเราสามารถใช้ค่าที่ละเอียดกว่านี้ได้ แต่มันจะไม่คุ้มค่าที่ต้องลงทุนลงแรงไป และนั่นก็หมายความว่าเราไม่จำเป็นต้องสนใจทศนยมที่ละเอียดเกินกว่านั้นได้

ที่มา – Gizmodo

Advertisements
วิทยาศาสตร์

Illusion

วันนี้มีภาพภาพหนึ่งจะนำเสนอ ถ้าจะเรียกว่าภาพลวงตา (Illusion) ก็คงไม่ผิด

illusion

เขาว่าสีช่อง A กับสีในช่อง B คือสีเดียวกัน !

เมื่อดูด้วยสายตาก็ไม่อยากจะเชื่อ เพราะสายตาเรามันฟ้องว่าสีช่องทั้งสองมันไม่เหมือนกัน

แต่ความจริงมันก็คือความจริงอยู่วันยันค่ำ eyedropper ในโปรแกรมแต่งภาพยอดนิยมตัวหนึ่ง มันแสดงให้เห็นแล้วว่าสีช่องทั้ง A และ B คือสีเดียวกันด้วยรหัสสี #787878*

คงไม่ต้องอธิบายอะไรมากมายว่าเหตุการหลอกตาเช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร เชื่อว่าทุกคนคงเข้าใจได้ไม่ยาก

อย่าเชื่อจนกว่าจะได้ทดสอบด้วยตัวเอง !

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าสิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่เป็น

* หมายเหตุ รหัสสี RGB ประกอบด้วยเลขฐาน 16 (0 – F) จำนวน 3 ชุด แทนแม่สีแสงทั้งสาม แบ่งเป็นชุดละ 2 ตัว รวมเป็น 6 ตัว ชุดแรกแสดงถึงสีแดง (R) ชุดทีสองหมายถึงสีเขียว (G) และชุดสุดท้ายหมายถึงสีน้ำเงิน (B)

วิทยาศาสตร์

วิทยุเล็กที่สุดในโลก ขนาดเท่าไวรัส!!

ใครจะไปคิด ว่าจะมีวิทยุขนาดเล็กเท่าไวรัส ลองอ่านข่าวต่อไปนี้ดู

image        นักฟิสิกส์สหรัฐฯ ทำวิทยุเล็กที่สุดในโลก ขนาดเท่าไวรัส จาก "ท่อคาร์บอนนาโน" แท่งเดียวรวมทุกคุณสมบัติที่วิทยุพึ่งมี ทั้งรับคลื่น AM ขยายสัญญาณแล้วเปลี่ยนเป็นสัญญาณเสียงก่อนส่งออกลำโพง และประเดิมบรรเลงเพลง "ไลลา" ของอิริค แคลปตัน
       อเล็กซ์ เซตเทิล (Alex Zettl) นักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียในเบิร์กลีย์ (University of California, Berkeley) สหรัฐฯ และ เคนเนธ เจนเซน (Kenneth Jensen) ลูกศิษย์ในที่ปรึกษาระดับปริญญาตรี ได้ร่วมกับประดิษฐ์วิทยุนาโนจากท่อคาร์บอนนาโน ซึ่งสามารถรับคลื่นเอเอ็ม (AM) และถ่ายทอดสัญญาณเพลง "ไลลา" (Layla) ของอีริค แคลปตัน (Eric Clapton) เป็นเพลงแรกตั้งแต่ปี 2550 โดยสามารถทดลองฟังได้ที่ www.sciam.com/nanoradio
       แต่ทีมวิจัยไม่เปิดเผยผลงานอยู่นาน จนกระทั่งได้รับการตีพิมพ์ลงวารสารนาโนเลทเทอร์ส (Nano letters) ซึ่งเป็นวารสารวิชาการของสมาคมอเมริกันเคมิคัล (American Chemical Society)
       ไซแอนทิฟิกอเมริกันนำเรื่องนี้มามาขยายความ ในบทความฉบับเดือน มี.ค.52 นี้ว่า เซตเทิลและเจนเซนได้ใช้ท่อคาร์บอนนาโนเพียงท่อเดียว ทำหน้าที่รับสัญญาณถ่ายทอดเสียงวิทยุ แล้วขยายสัญญาณ จากนั้นเปลี่ยนเป็นสัญญาณเสียง ก่อนที่จะส่งสัญญาณไปยังลำโพงในรูปเสียง ที่หูมนุษย์สามารถจำแนกได้
       ทีมพัฒนายังให้ความเห็นว่า วิทยุจากท่อคาร์บอนนาโนนี้ จะเป็นรากฐานในปฏิวัติการประยุกต์ในด้านต่างๆ ทั้งอุปกรณ์ช่วยฟัง โทรศัพท์มือถือ และเครื่องเล่นไอพอด (iPod) อีกทั้งยังมีขนาดเล็กพอที่จะใส่ในช่องหูได้ด้วย
       ทั้งนี้ วิทยุเกิดขึ้นจากแนวคิดที่ต้องการผลิตเซนเซอร์ตรวจสอบสภาพแวดล้อม โดยพัฒนาเป็นอุปกรณ์เพื่อนำไปติดตั้งตามโรงงานต่างๆ แล้วส่งรายงานผลตรวจสภาพอากาศในรูปแบบคลื่นวิทยุไปยังจุดที่เลือกรับข้อมูล
       เป็นไปได้ว่า อนาคตใครก็ได้เพียงแค่เปิด "กูเกิล" (Google) แล้วเลือกดูข้อมูลสภาพอากาศของเมืองได้ตามเวลาจริง แต่ระหว่างพัฒนาเซนเซอร์ดังกล่าว เจนเซนได้พบว่าท่อคาร์บอนนาโนมีการสั่นที่ความถี่ต่างๆ ซึ่งเซตเทิลเองก็สังเกตเห็นว่าบางความถี่นั้นตรงกับความถี่วิทยุที่ใช้ใน เชิงพาณิชย์
       เซตเทิลทราบว่า วิทยุพื้นฐานนั้นมีหัวใจสำคัญอยู่ 4 ส่วน ได้แก่ เสาอากาศที่รับสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้า อุปกรณ์จูนคลื่นสำหรับเลือกความถี่ตามต้องการ เครื่องขยายสัญญาณสัญญาณซึ่งรวมถึงอุปกรณ์ที่ปรับให้สัญญาณคมชัด และอุปกรณ์ในส่วนที่แยกสัญญาณจากคลื่นพาหะที่ส่งมา จากนั้นข้อมูลจะถูกส่งไปยังลำโพงที่เปลี่ยนสัญญาณให้เป็นเสียงที่สามารถรับ ฟังได้
       ท่อคาร์บอนนาโนซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของวิทยุจิ๋วนั้น มีคุณสมบัติเชิงเคมี เรขาคณิตและไฟฟ้าที่ผสมกันอย่างลงตัว ดังนั้นเมื่อว่างไว้ระหว่างขั้วไฟฟ้าก็สามารถให้คุณสมบัติสำคัญทั้ง 4 ของวิทยุได้ด้วยท่อคาร์บอนนาโนอย่างเดียว โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์อื่นเสริม
       เวทเทิลกับเจนเซนได้เลือกใช้ท่อคาร์บอนนาโนที่มีผนังหลายชั้น (multiwalled tube) เนื่องจากง่ายต่อต่อการวางไว้บนขั้วไฟฟ้า แม้ภายหลังพวกเขาจะได้พัฒนาวิทยุจิ๋วอีกรุ่นที่เป็นคาร์บอนนาโนพนังเดียวก็ ตาม โดยคาร์บอนที่ใช้มีความยาว 50 นาโนเมตร และเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 นาโนเมตร ซึ่งเป็นขนาดพอๆ กับไวรัสเลยทีเดียว
       แนวคิดการทำงานของวิทยุจากท่อคาร์บอนนาโนนี้คือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเครื่องส่งสัญญาณวิทยุเข้ามากระทบกับท่อนาโน ทำให้เกิดการสั่นอย่างมีท่วงทำนองที่เข้าได้กับการสั่นของสันแม่เหล็กไฟฟ้า การสั่นที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กันทำให้ท่อคาร์บอนนาโนประพฤติตัวเหมือนเป็นเสาอากาศ แต่ก็มีวิธีที่ต่างไปจากวิทยุแบบเดิมๆ
       เครื่องวิทยุทั่วไปมีเสาอากาศรับสัญญาณในรูปไฟฟ้า ซึ่งหมายความว่าคลื่นที่เข้ามานั้นได้เหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้าในเสาอากาศและเสา อากาศก็ยังคงหยุดนิ่ง หากแต่สำหรับวิทยุนาโนแล้ว ท่อนาโนจะเป็นทรงกระบอกและมีประจุหน่อยๆ
       ดังนั้นเมื่อมีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเข้ามาก็จะผลักให้ท่อคาร์บอนกลับไป กลับมาหน้า-หลัง และเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างวิทยุจิ๋วส่งสัญญาณนั้น พวกเขาได้ใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องผ่าน (transmission electron microscope: TEM) ซึ่งมีความละเอียดสูงส่องดูพฤติกรรมของท่อคาร์บอนนาโน
" มันมหัศจรรย์มากเลย ผมหมายความว่ามันน่าประทับใจมาก เราสามารถส่องดูท่อนาโน และเห็นข้อเท็จจริงที่ว่า คุณกำลังดูโครงสร้างระดับโมเลกุลนี้สั่น และได้ยินเสียงของมันไปพร้อมๆ กัน มันเป็นอะไรที่เจ๋ง ผมไม่เคยคิดว่าก่อนเลยว่าจะได้มองเห็นการทำงานของวิทยุอย่างนี้" เซตเทิลกล่าว.

http://www.rssthai.com/reader.php?t=it&r=13449

วิทยาศาสตร์

นักปรัชญานักวิทยาศาสตร์ร่วมฟันธง ปัญหาโลกแตก “ไก่กับไข่ใครเกิดก่อน”

หนังสือพิมพ์รายวันอังกฤษพากันประโคมข่าวว่า นักปรัชญากับเจ้าของฟาร์มไก่ คนหนึ่งได้ชี้ขาดปัญหาโลกแตกที่ว่า “ไก่เกิดก่อนไข่ หรือไข่เกิดก่อนไก่” ว่าไข่เกิดก่อนแน่นอน

ศาสตราจารย์จอห์น บรูคฟิลด์ มหาวิทยาลัยนอตติงแฮม ได้กล่าวแสดงความเห็นว่า ปัญหาเรื่องนี้ ดูเหมือนอยู่ตรงข้อเท็จจริงที่ว่า เนื่องจากวัสดุพันธุกรรมจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงตลอดชั่วชีวิตสัตว์ตัวหนึ่ง ดังนั้น นกตัวแรกที่วิวัฒนาการมาเป็นลูกไก่ ก็จะต้องเกิดขึ้นเป็นตัวอ่อนภายในไข่มาก่อน และสรุปเอาว่าสิ่งที่มีชีวิตภายในไข่ก็จะต้องมีดีเอ็นดีอย่างเดียวกับลูกไก่ที่เกิดขึ้นมาด้วย

ศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญวิชาพันธุกรรมวิวัฒนาการศาสตร์ กล่าวในการให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์หลายฉบับว่า “ดังนั้น สิ่งที่มีชีวิตอันแรก ของสิ่งที่มีชีวิตชนิดหนึ่งนั้น เราบอกฟันธงลงไปได้ว่าจะเป็นไข่ ไข่ต้องเกิดก่อน”

คำตัดสินของเขายังได้รับการสนับสนุนจาก ศาสตราจารย์เดวิด ปาปินอ แห่งคิงส์ คอลเลจ และนายชาร์ลส์ เบิร์นส์ ประธานองค์การค้าไข่ อังกฤษด้วย

ศาสตราจารย์ปาปินอผู้เชี่ยวชาญในปรัชญาของวิทยาศาสตร์ มีความเห็นอ้างว่า “ลูกไก่ตัวแรกจะต้องออกมาจากไข่ ถึงแม้จะเป็นไข่ของนกชนิดใดก็ตาม แต่มันก็ต้องถือว่าเป็นไข่ไก่ เพราะมีลูกไก่อยู่ข้างใน ดังนั้น สรุปได้ว่า ไข่เกิดก่อนไก่”

ส่วนประธานองค์การค้าไก่ไม่ได้บอกวิธีการของตน กล่าวแต่เพียงว่า “มีไข่อยู่ก่อนลูกไก่ตัวแรก มาตั้งนานแล้ว”