ระบายอารมณ์, เรื่องราวชีวิต

ประสบการณ์แย่ๆ กับทรู

ขอเกริ่นก่อนว่าตั้งแต่เป็นลูกค้า True มา ยังไม่เคยเจอปัญหาหนักหนาขนาดนี้มาก่อน ปกติถ้ามีปัญหา แจ้งทาง call center ไป แม้ว่าจะต้องถือสายรออยู่นานพอสมควร แต่ปัญหาก็มักจะคลี่คลายไปได้ แต่ปัญหาครั้งนี้เกิดขึ้นนานหลายวันมาก

ผมอาศัยอยู่ที่คอนโดแห่งหนึ่ง ทีนี้ TrueVisions ที่ห้องมีอาการภาพกระตุก ค้างเป็นช่วงๆ แล้วมันจะค่อนข้างไม่สบอารมณ์โดยเฉพาะเวลาดูฟุตบอล ภาพมันมักจะค้างจังหวะได้เสีย เช่น กำลังพาบอลบุกเข้าไปในเขตโทษ หรือกำลังจะยิงประตู เป็นต้น แรกๆ ปัญหามันก็ไม่ได้หนักอะไรมาก มีค้างบ้างบางจังหวะ แต่หลังๆ รู้สึกเริ่มค้างบ่อย จึงตัดสินใจติดต่อ 1686 call center ของ True ในวันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ก็รับเรื่อง นัดช่างเอาไว้เรียบร้อย

พอถึงวันนัดช่าง เป็นวันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ ช่างมาตามนัด มาตรวจเช็คสายสัญญาณภายในห้อง ลองเปลี่ยนขั้วสายอะไรก็แล้ว ปัญหาก็ยังไม่หาย ช่างจึงตัดสินใจเปลี่ยนกล่องรับสัญญาณเสียเลย แต่ปรากฏว่าจากภาพที่ค้างเป็นบางจังหวะ ตอนนี้กลับแตกเป็นโมเสก ช่างจึงสรุปว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่อุปกรณ์ในห้องของผมแล้ว แต่เป็นอุปกรณ์ที่อยู่ภายนอกห้อง เป็นอุปกรณ์ที่อยู่ในส่วนกลางของคอนโด ช่างจึงติดต่อกับช่างอีกทีมให้เข้ามาดูแทน

วันนั้นทุกอย่างดูปกติจนถึงเย็นของวันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ ผมกลับจากทำงานมาพบว่าอินเทอร์เน็ตที่ห้องไม่มีสัญญาณ ลองเปิดโทรทัศน์ดูก็ขึ้นรหัส ER-16 ไม่มีสัญญาณอีกเช่นกัน จึงได้รีบติดต่อ call center อีกครั้ง เจ้าหน้าที่บอกว่าจะรีบแจ้งให้ช่างเข้ามาดูเช้าวันรุ่งขึ้นโดยเร็ว ผมก็โอเค ไม่มีอินเทอร์เน็ตใช้เพียงแค่วันเดียว ไม่เป็นอะไรมาก

เช้าวันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ ผมออกไปทำงานอย่างมีความหวังว่ากลับมาทุกอย่างจะเรียบร้อย ปัญหาทุกอย่างจะถูกแก้แล้วเสร็จ แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น ปัญหาทุกอย่างยังเหมือนเดิม ไฟที่ router ยังคงกระพริบไม่มีสัญญาณเหมือนเดิม TrueVisions ยังขึ้น error code เดิม และผมก็ยิ่งหงุดหงิดขึ้นไปอีกเมื่อได้รับทราบจาก call center ว่าไม่มีแจ้งจากช่างว่าเกิดอะไรขึ้น นั่นหมายความว่าช่างที่ call center นัดเอาไว้ว่าจะเข้ามา ไม่ได้เข้ามา

ผมเริ่มต่อว่าการทำงานของ True หนักขึ้นเพราะช่างไม่มาตามนัด และแจ้ง call center ไปว่า อาการแบบนี้น่าจะเป็นที่ช่างทำสายของห้องผมหลุด เพียงแค่ให้ช่างสละเวลาเข้ามาที่คอนโดผมไม่ถึงสิบนาที เสียบสายกลับเข้าไปก็น่าจะเสร็จแล้ว call center รับปากว่าจะแจ้งให้ช่างเข้ามาดูในเช้าวันพุธเป็นการเร่งด่วน และเสนอลดค่าบริการให้โดยคำนวณจากวันที่ใช้งานไม่ได้ อีกทั้งยังทำเรื่องตำหนิช่างที่ไม่มาตามนัดหมายอีกด้วย ผมโอเคกับสิ่งที่ True เสนอ

เย็นวันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ ผมกลับมาและพบว่าปัญหายังไม่ถูกแก้เหมือนเดิม ผมว่าใครเจอแบบนี้คงต้องอารมณ์เสียกันบ้างแน่นอน ผมติดต่อ 1686 อีกรอบ call center ก็แจ้งเหมือนเดิมว่าไม่มีช่างเข้ามา และจะทำเรื่องเร่งช่างให้เข้ามาดูวันรุ่งขึ้นให้ได้ ถึงตอนนี้ผมก็ถามกลับไปว่า  Continue reading “ประสบการณ์แย่ๆ กับทรู”

Advertisements
ข่าวสารและการเมือง, จิปาถะ, ธรรมะ, ภาษา และวัฒนธรรม, ระบายอารมณ์

ความรักกับความคลั่ง

ความรัก กับ ความคลั่ง มันไม่เหมือนกันนะ ถึงแม้บางทีมันอาจจะดูคล้ายๆ กันก็เถอะ

เคยเห็นหรือเคยได้ข่าวนักนักเรียน หรือเด็กช่างกลตีกันมั้ย?
พวกท่านคิดว่าเด็กพวกนั้นรักโรงเรียน รักสถาบันกันของตัวเองหรือเปล่า?

ถ้าไปถามเด็กพวกนั้น ทุกคนน่าจะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่ารัก! ที่รักถึงได้ทำไปอย่างนั้น ที่ทำไปเป็นเพราะต้องการรักษาศักดิ์ศรีของโรงเรียนของสถาบัน ไม่ให้สถาบันคู่อริมาหยามเกียรติหรือลบหลู่

คำถามต่อมาคือ คนนอกที่มองเห็นหรือได้ข่าวเด็กนักเรียนหรือเด็กช่างกลตีกัน มองว่าการกระทำนั้นเป็นการแสดงความรักโรงเรียนหรือไม่? เกือบ 100% ยอมมองว่าไม่อย่างแน่นอน เป็นการสร้างปัญหาให้แก่สังคมมากกว่า อีกทั้งชื่อเสียงของโรงเรียนหรือสถาบันก็ไม่ได้ดีขึ้น กลับแย่ลงเพราะการกระทำพรรค์นี้เสียด้วยซ้ำ

เด็กพวกนั้นก็รักโรงเรียน รักสถาบันของตัวเอง แต่ทำไมถึงได้แสดงออกให้คนภายนอกรู้สึกว่าเป็นการทำลายโรงเรียน ทำลายสถาบัน? มันต้องมีอะไรผิดปรกติอย่างแน่นอน มันใช่ “ความรัก” จริงหรือ? หรือรักมากเกินไปจนถึงขั้นที่เรียกว่า “ความคลั่ง“?

ทีนี้ถ้าเราลองมองถึงระดับที่ใหญ่ขึ้น ตามที่เกริ่นนำเอาไว้ คือระดับชาติ

Continue reading “ความรักกับความคลั่ง”

คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และเทคโนโลยี, ระบายอารมณ์, เรื่องราวชีวิต

ค่าธรรมเนียม PayPal

วันนี้นั่งดูของออนไลน์ไปเรื่อย ก็ไปเจอของที่น่าสนใจชิ้นหนึ่งจากผู้ประกอบการรายย่อย เรียกว่ารายย่อยเพราะไม่ใช่เจ้าใหญ่อย่าง Lazada, iTruemart หรือ Central Online เป็นผู้ประกอบการรายเล็กๆ เข้าใจว่าใช้ platform ของ inw shop

ของที่ตั้งใจจะซื้อ ราคา 260 บาท ทีนี้พอสั่งซื้อสินค้าก็มีค่าส่งด้วย เลือกเป็นลงทะเบียนธรรมดา โดนบวกเพิ่มไปอีก 40 บาท รวมเป็น 300 บาท โอเคไม่เป็นไร ไม่ต้องไปเดินหาของเอง และการส่งสินค้าทางไปรษณีย์ไทยก็มีค่าส่ง

พอมาถึงขั้นตอนการชำระเงิน มีสอง options ให้เลือก คือโอนเงินทางธนาคารแล้วแจ้งเจ้าของร้านแบบปกติบ้านๆ กับอีกทางเลือกหนึ่งคือชำระเงินผ่าน PayPal

เรารู้สึกดีใจมากนะที่มีทางเลือกให้ชำระเงินออนไลน์กับ PayPal เนื่องจากมีบัญชีอยู่แล้ว และสะดวกมากๆ ไม่ต้องออกไปโอนเงิน (ไม่มีบัญชีอินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง เพราะไม่ค่อยมั่นใจระบบความปลอดภัยของคนไทยเท่าไหร่) เลยจะเลือกชำระเงินออนไลน์ แต่ติดอยู่อย่างเดียวคือทางร้านจะคิดค่าบริการเพิ่มสำหรับการชำระเงินผ่าน PayPal

เนื่องจากสินค้าที่สั่งราคาไม่สูงมาก ค่าบริการที่คิดเพิ่ม 3.9% จึงตกอยู่ไม่กี่บาท แต่เอาจริงๆ คือเรารู้สึกเหมือนโดนชาร์จมากเกินไป โดนชาร์จค่าไปรษณีย์ไปแล้ว 40 บาท ยังจะมาโดนชาร์จค่าจ่ายเงินอีก แม้จะไม่กี่บาทก็ไม่อยากเสียเพิ่ม เลยว่าจะไปโอนเงินทางธนาคารปกติดีกว่า

Capture
จ่ายเงินผ่าน PayPal มีค่าบริการเพิ่ม 3.9%

เอาจริงๆ พวกห้างร้านที่มีหน้าร้านปกติ หรือแม้แต่ร้านค้าออนไลน์ส่วนใหญ่ก็จะรับผิดชอบค่าบริการตรงนี้ให้ลูกค้านะ ลูกค้าสามารถจ่ายเงินผ่านบัตรเคตดิต หรือแม้แต่ e-payment รูปแบบอื่นๆ อีกหลากหลาย ซึ่งล้วนแล้วแต่มีค่าธรรมเนียมทั้งสิ้น ถือว่าเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า น่าจะช่วยให้ซื้อง่ายขายคล่องขึ้น อีกทั้งการจ่ายเงินผ่าน PayPal ยังไม่ต้องแจ้งการโอนเงินอีก เพราะระบบสามารถตรวจสอบได้อัตโนมัติ เจ้าของร้านยิ่งสะดวกขึ้นไปอีก การออกค่าธรรมเนียมเล็กๆ น้อยๆ ให้กับลูกค้าถือว่าคุ้มนะ

คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และเทคโนโลยี, จิปาถะ, ระบายอารมณ์, เรื่องราวชีวิต

เปลี่ยนใจไม่ย้ายค่าย

สามวันก่อนตัดสินใจไปซึ่งทำเรื่องย้ายค่ายเบอร์เดิมจาก TrueMoveH ไปยัง AIS เพราะเห็นว่า package ปัจจุบันต้องจ่ายถึงเกือบเจ็ดร้อยบาท แถมยังได้อินเทอร์เน็ตเต็มความเร็วแค่ 1GB อีกต่างหาก ซึ่งแพงกว่าเจ้าอื่นๆ มาก

วันนี้ตามสเต็ป คือทรูส่ง SMS มาให้เสนอโปรลับ (ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ลับอะไรแล้ว) ลด 50% ก็ไม่ได้เหนือความคาดหมายอะไร ข้อความตามรูปข้างล่างนี้

Screenshot_2016-04-18-22-59-08 [76854]
SMS เชิญชวนให้ไม่ย้ายค่าย
แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือ เมื่อกดเข้าไปยังหน้าเว็บเพจตาม URL ที่ส่งมาให้ กลับไม่พบเนื้อหาข้อมูลเพิ่มเติมใดๆ ทั้งสิ้น

Capture
ขออภัย หน้านี้ถูกลบออกแล้ว หรือไม่สามารถใช้งานได้

 

ถึงแม้ว่าจะไม่สนใจข้อเสนอลดค่า package 50% ก็ตาม (กดเข้าไปดูเล่นๆ) แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทรูเองสนใจจะรักษาลูกค้ากลุ่มนี้มากน้อยแค่ไหน เพราะขนาดหน้าเว็บนำเสนอข้อมูลโปรโมชันดึงดูดลูกค่าที่ใกล้จะเปลี่ยนใจจากตัวเองไป ยังไม่ดูแลให้ดีเลย

ระบายอารมณ์

แท็กซี่ปัดขึ้น

วันก่อนมีปัญหากับวินมอเตอร์ไซค์ วันนี้มีปัญหากับแท็กซี่

เรื่องคือเรานั่งแท็กซี่จากรถไฟฟ้าไปลงปากซอยบ้าน ค่ารถ ณ เวลาที่รถหยุด มิเตอร์มันขึ้น 45 บาท พี่คนขับแกก็เห็นว่า 45 บาท เราให้เงินแกไป 60 แกก็หาเหรียญมาทอนให้ 15 บาท

แต่ปัญหาอยู่ตรงแกหาเหรียญนาน และแกก็ไม่ได้กดหยุดมิเตอร์ พอแกเงยหน้าหยิบตังทอนมาจะส่งให้เรา แกหันไปเจอมิเตอร์ขึ้นเป็น 47 บาท แกร้องอ้าว!

ถ้าเป็นโจทย์คณิตศาสตร์ระดับประถม ซื้อของ 47 บาท ให้เงินไป 60 บาท ใครๆ ก็ตอบได้ว่าต้องได้เงินทอน 13 บาท

แต่สำหรับแท็กซี่ประเทศไทย เราจะได้ทอนแค่ 10 บาท เพราะพี่แกปัดขึ้นเป็น 50 เรียบร้อย…

จาก 45 ขึ้นไปเป็น 50 รวดเดียวเลย โดนไป 5 บาท เต็มๆ

ระบายอารมณ์

พี่วิน… ลักลั่น

เมื่อเช้าเจออะไรที่ลักลั่นย้อนแย้งสุดๆ

เมื่อเช้าตื่นสาย เลยเรียกพี่วินจากหน้าคอนโดมาออฟฟิศเลย ระหว่างทางแกก็เมาท์สุดฤทธิ์ คุยไปเรื่อย แกบอกตอนนี้วินกำลังประท้วงเรื่องกฎหมายห้ามมอเตอร์ไซค์ขึ้นสะพาน-อุโมงค์ข้ามแยก

ที่พีคสุดคือแกด่าแท็กซี่ที่โก่งราคาค่าโดยสารที่เป็นข่าวดังด้วย

แต่พอถึงที่หมาย แกเรียกค่าโดยสาร 100 บาท
เลยบอกไปว่า ปกติผมมา 60 เอง
แกบอก งั้นผมคิด 80

อืม… ลักลั่นมั้ยล่ะ ระหว่างทางแกด่าแท็กซี่โก่งราคาค่าโดยสาร แต่พอเก็บตังก็โก่งราคากูเฉย

ข่าวสารและการเมือง, คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และเทคโนโลยี, ระบายอารมณ์

ผู้บริโภคถูกเอาเปรียบเพราะโง่เอง

จากกระทู้พันทิปเรื่อง Iphone 6 ลด 90% 2650 บาท Lazada กับการหลอกลวงและไร้ความรับผิดชอบ

ปกติเป็นคนซื้อของ Lazada บ่อยมาก แทบจะเป็น fanboy ไปละ นี่ก็เพิ่งสั่งสาย HDMI ไป เพิ่งจะมาส่งเหมือนกัน แต่กรณีนี้งงมาก ดูยังไงคนขายก็ผิดเต็มๆ กลายเป็นเจ้าของกระทู้โดนด่าซะงั้น

ประเด็นแรกคือมีคนด่าเจ้าของกระทู้ว่าโลภเอาจริงๆ หลายคนก็โลภ ไม่งั้นจะซื้อของลดราคาทำไม? เราเองเห็นเสื้อผ้าลดราคายังเดินเข้าไปดูเลย มีแบบที่ชอบ มีไซส์ที่ใส่ได้ ราคาโอเค เราก็ซื้อ คือเวลาเห็นของ sale ในห้างทีไรคนก็มุงเต็มไปหมด จขกท ก็คนธรรมดาคนหนึ่ง ก็เป็นแบบคนปกตินั่นแหละ แปลกตรงไหน

มีคนมาแก้ต่างให้ Lazada อีกต่างหากว่าระบบมันคำนวณส่วนลดแปะป้ายลด 90% ให้เองอัตโนมัติ ไม่ได้เป็นความตั้งใจของผู้ขาย… แต่เดี๋ยว… คนซื้อต้องมีรู้มาเข้าใจกระบวนการพวกนี้หรอ? คนเห็นป้ายติดลดราคาก็ย่อมเข้าใจว่ามันลดราคา นี่คือเรื่องปกติอยู่แล้ว ผู้บริโภคทั่วไปจะไปรู้กระบวนการเบื้องหลังพวกนั้นได้อย่างไร? และทำไมต้องรู้ด้วย?  Continue reading “ผู้บริโภคถูกเอาเปรียบเพราะโง่เอง”

ภาษา และวัฒนธรรม, ระบายอารมณ์

ปัญหาการใช้ห้องน้ำหญิงของสาวประเภทสองในฟิตเนส

ได้อ่านกระทู้ ปัญหาเรื่องสาวประเภทสองในการใช้ห้องอาบน้ำของ Fitness First The Mall บางกะปิ แล้วเห็นหลายความเห็นเสนอทางแก้ปัญหาที่ปฏิบัติไม่ได้จริงสักเท่าไหร่

ทางแก้ปัญหาแรกตลกมาก คือเสนอให้กระเทยที่จะเข้าห้องน้ำหญิงได้ต้องแปลงเพศมาแล้วเท่านั้น อย่างนี้ต้องให้สาวประเภทสองเปิดโชว์ทุกครั้งว่าเฉาะมาหรือยังก่อนเข้าใช้ห้องน้ำหรือ? มันเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ปฏิบัติไม่ได้จริงมากๆ

จริงๆ เราก็ไม่รู้หรอกนะว่าห้องน้ำหญิงในฟิตเนสเป็นยังไง แก้ผ้าเปิดโชว์หมดเลยหรือ? กำลังจินตนาการว่าตัวเองอยู่ในห้องน้ำหญิง และก็มีกระเทยทำนมมาแล้วอยู่ในนั้น เราก็คงจะมองว่าเขาเป็นผู้หญิงเหมือนกัน คงไม่มีใครแก้ผ้าล่อนจ้อนจนเห็นช้างน้อยหรอก (หรือห้องน้ำหญิงในฟิตเนสแก้ผ้าเห็นกันหมดเลย?) แล้วทีนี้จะรู้ได้อย่างไรว่ายังไม่เฉาะ ปัญหาที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นจากความไม่ชอบเพศที่ 3 ของคุณป้าคนนั้นเป็นการส่วนตัวมากกว่า

การบังคับให้กระเทยที่เฉาะแล้วเท่านั้นที่เข้าห้องน้ำผู้หญิงได้มันมากเกินไปหน่อย จริงๆ แค่มีหน้าอกแล้วก็น่าจะเพียงพอ แม้บางคนจะอ้างว่ายังมีอวัยวะเพศชายอยู่ก็ตามเถอะ แต่อย่างที่บอก เขาไม่ได้เปิดโชว์ในนั้นเสียหน่อย

อีกแนวทางที่เห็นในกระทู้นี้คือการสร้างห้องน้ำสำหรับเพศที่ 3 อันนี้ต้องถามต่อเลยว่า เมื่อมีห้องน้ำสำหรับเพศที่ 3 แล้ว จะมีเพศที่ 4 5 6 ต่อมาอีกหรือเปล่า ถ้าเราเป็นกระเทยแปลงเพศมาแล้ว คงไม่อยากเข้าห้องน้ำร่วมกับทอมแปลงเพศหรอกนะ มันไม่ต่างอะไรกับการที่ผู้หญิงผู้ชายใช้ห้องน้ำร่วมกันเลย อย่างนี้ต้องมีห้องน้ำรองรับสำหรับกี่เพศ? มันแทบไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาเรื่องนี้เลย ปัญหายังมีคงอยู่

ทางแก้ปัญหาอย่างเดียวสำหรับเรื่องนี้คือเราต้องยอมรับเพศทางเลือกต่างๆ ให้เหมือนเป็นจิตใจที่เขาเป็นมากกว่า ในบางประเทศมีความก้าวหน้าถึงขั้นอนุญาตให้กระเทยสามารถประกวดนางงามร่วมกับผู้หญิงปกติธรรมดาได้เลยด้วยซ้ำไป

ระบายอารมณ์

รถเมล์ไทย การเดินทางที่คาดหวังอะไรไม่ได้

ปกติแล้วผมอาศัยอยู่คอนโดแถวกล้วยน้ำไทและจะเดินทางกลับบ้านในวันอาทิตย์ ซึ่งโดยปกติจะใช้เวลาในการเดินทางโดยนั่งรถไฟฟ้าและรถเมล์ประมาณหนึ่งชั่วโมง อย่างมากก็หนึ่งชั่วโมงครึ่ง ไม่เกินนั้น แต่อาทิตย์ที่ผ่านมากลับใช้เวลาเกินกว่า 2 ชั่วโมง ยังไปไม่ถึงบ้าน และตัดสินใจไม่กลับบ้านแล้ว เพราะเย็นมากแล้ว กลับไปถึงบ้านปุ๊บก็ต้องกลับออกมา

ผมเริ่มต้นออกจากคอนโดประมาณบ่ายสองโมง ปกติจะออกเร็วกว่านี้ แต่พอดีว่าพ่อไม่อยู่บ้าน กลับไปก็ไม่ได้เจอพ่อ จึงจัดแจงทำงานบ้านที่คอนโดให้เรียบร้อยแล้วจึงกลับ เดินทางด้วยรถเมล์จากแยกกล้วยน้ำไท พอดีรถเมล์สาย 45 ซึ่งไปสุดท้ายที่ท่าน้ำสี่พระยามาพอดี จึงถือโอกาสลองนั่งไปดู เพราะไม่เคยกลับทางนี้ ปกติจะกลับทางรถไฟฟ้าตลอด

นั่งรถไปสักพักเริ่มรู้สึกทำไมรถมันเคลื่อนตัวได้ช้าจัง เลยลองหาๆ ดู ปรากฏว่าที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์จัดงาน “ไทยเที่ยวไทย” ทำให้รถละแวกนั้นติดเป็นอย่างมาก กว่าจะผ่านจุดนี้มาได้ก็เล่นเอานานพอสมควร เรื่องรถติดเพราะมีการจัดงานอะไรนี่พอเข้าใจได้ อีกทั้งมันก็ไม่ได้ติดมากขนาดขยับไปไหนไม่ได้เลย จึงไม่ใช่ประเด็นอะไรหนักหนานัก

ประเด็นที่อยากจะพูดถึงในวันนี้คือหลังจากที่ผมข้ามเรือจากท่าน้ำสี่พระยาเพื่อจะไปต่อรถเมล์สาย 89 ที่คลองสานนี่แหละ ผมใช้เวลารอรถเมล์สายนี้อยู่ครึ่งค่อนชั่วโมงได้ จริงๆ ก็จำเวลาที่รอแน่นอนไม่ได้หรอก แต่คือแบบ… รอแล้วรออีก ชนิดที่ว่าผมเห็นรถเมล์สายที่เป็น rare item อย่างสาย 149 ผ่านไปแล้วถึงสองคัน ถ้าใครคุ้นเคยกับรถเมล์สายนี้หน่อยจะทราบว่า สาย 149 เป็นรถเมล์ที่หาได้ยากมาก นานๆ จะมาสักคัน แต่ตอนนี้ สาย 89 ที่ผมรอ มันมาช้ากว่าสาย 149 เสียอีก ไม่ต้องนับสาย 84 และสาย 6 ที่ผ่านไปเป็นสิบๆ คันได้

รอจนเบื่อล่ะครับ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู สี่โมงกว่าเสียแล้ว ผมออกจากคอนโดตั้งแต่บ่ายสอง ใช้เวลาเดินทางสองชั่วโมง ยังไม่ได้ขึ้นรถเมล์เข้าบ้านเลย จึงตัดสินใจโทรศัพท์บอกพ่อว่าไม่กลับบ้านแล้ว รอไม่ไหว เดินทางไม่ได้ไกลมากในกรุงเทพฯ ใช้เวลาสองชั่วโมงยังไปไม่ถึง รอรถเมล์ครึ่งค่อนชั่วโมงก็ยังไม่มา

สุดท้ายผมก็เลยข้ามเรือกลับเลย แต่เรื่องยังไม่หมดเท่านั้น เพราะผมต้องไปรอรถเมล์อีก เพื่อที่จะไปทำธุระต่อที่สยาม จากท่าน้ำสี่พระยาจะไปสยาม ก็มีสาย 36 93 และรถตู้ ผมยืนรออยู่ที่ป้ายรถเมล์ตรงนั้นเป็นสิบๆ นาที ก็ยังไม่มีรถสายไหนมา อารมณ์หงุดหงิดเริ่มมากอีกแล้ว จึงตัดสินใจไม่รอ และเดินไปสยามเลย

ระหว่างทางที่เดินก็เห็นแต่ละป้ายรถเมล์ที่ผ่าน มีคนรอจำนวนมากเลยทีเดียว ผมเดิน เดิน เดิน เดินถึงสามย่าน ก็ยังไม่เห็นวี่แววรถสายที่ผมจะขึ้นแซงไปเลย

จนถึงประมาณหน้าหอใน จุฬาฯ รถสาย 36 จึงแซงผมไป ส่วนสาย 93 นี่ก็ตามมา แต่ดันติดไฟแดงเสียก่อน พูดง่ายๆ ว่าสาย 36 ชนะผม แต่ผมชนะสาย 93 เพราะผมไปถึงมาบุญครอง จุดหมายเสียก่อน

ลองจินตนาการกันเอานะครับ ระยะทางจากท่าน้ำสี่พระยาจนถึงมาบุญครอง ไม่ไกลมากก็จริง แต่ถ้าเดินนี่ต้องใช้เวลานานอยู่พอสมควร รถเมล์มันขาดระยะได้ถึงขนาดนี้ ผมเลยกลับมานั่งคิดว่าเราไม่สามารถไว้ใจรถเมล์ไทยได้เลย เราไม่สามารถวางแผนการเดินทาง คำนวณเวลา ตระเตรียมอะไรได้เลย แม้เราจะเตรียมตัวมาดีอย่างไร คำนวณเวลาในการเดินทางมาดีแค่ไหน ต้องมาเสียแผนกับรถเมล์ไทยแทบจะทุกครั้งไป

ท้ายสุดนี้ขอฝากบทความจากไทยรัฐ ที่มีภาพประกอบสุดยอดโดนใจผมมาก นั่นก็คือภาพรถเมล์ของประเทศสิงคโปร์เมื่อ 50 ปีที่แล้ว ผมเห็นแว้บแรกนี่นึกว่าเป็นภาพรถเมล์บ้านเราปัจจุบันนี้เลย

ข่าวสารและการเมือง, จิปาถะ, ภาษา และวัฒนธรรม, ระบายอารมณ์

ออกกฎระเบียบ เพื่อให้มีระเบียบ เหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น

เราเห็นกฎระเบียบหลายๆ มีเหตุผลสนับสนุนว่าทำให้เกิดระเบียบวินัย ไม่ว่าจะเป็นข้ออ้างเกี่ยวกับการบังคับให้นักเรียนตัดผมเหมือนๆ กัน ใส่เสื้อผ้าเหมือนๆ กันก็ตาม (จริงๆ เข้าใจว่าตอนออกกฎระเบียบมีเหตุผลอยู่ แต่จากที่อ่าน/ฟังการถกเถียงต่างๆ คนส่วนใหญ่มักอ้างเหตุผลนี้) ซึ่งจริงๆ แล้วเราไม่ควรอ้างว่าออกกฎระเบียบใดๆ มาเพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบวินัย เหตุผลที่ควรจะเป็นคือ เมื่อมีกฎระเบียบนี้แล้วจะเกิดผลดีอย่างไร

ตัวอย่างเช่น การเข้าคิว ถือเป็นระเบียบวินัยอย่างหนึ่ง มีข้อดีคือทำให้รวดเร็ว ใครมาก่อนควรได้มีสิทธิก่อน ลดโอกาสเกิดการทะเลาะวิวาท เป็นต้น หรือกฎระเบียบการแต่งเครื่องแบบของเจ้าหน้าที่รัฐ มีเพื่อให้แยกแยะได้ว่าใครคือพลเมือง ใครคือเจ้าหน้าที่รัฐ หรือในบางกรณี เครื่องแบบสามารถช่วงป้องกันการเกิดอันตรายจากการปฏิบัติหน้าที่ได้ เช่น ทหาร หรือพนักงานดับเพลิง เป็นต้น

ถ้าเรายึดหลักว่ามนุษย์ทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพ การจะออกกฎระเบียบใดๆ มาลิดรอนสิทธินั้นไป ต้องมีเหตุผลที่มีน้ำหนักเพียงพอ และต้องบอกได้ว่าเมื่อมีกฎระเบียบนี้แล้วจะเกิดผลดีอย่างไร ทำให้สังคมโดยรวมดีขึ้นอย่างไร ต่างจากการไม่มีกฎระเบียบนี้อย่างไร การจะอ้างแค่ว่าทำให้เกิดความมีระเบียบ หรือทำให้มีระเบียบวินัยนั้นเป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น ถ้าเหตุผลของการออกกฎระเบียบมีแค่ต้องการให้มีระเบียบวินัย กฎระเบียบนั้นก็ไม่ควรมี