ข่าวสารและการเมือง, จิปาถะ, ธรรมะ, ภาษา และวัฒนธรรม, ระบายอารมณ์

ความรักกับความคลั่ง

ความรัก กับ ความคลั่ง มันไม่เหมือนกันนะ ถึงแม้บางทีมันอาจจะดูคล้ายๆ กันก็เถอะ

เคยเห็นหรือเคยได้ข่าวนักนักเรียน หรือเด็กช่างกลตีกันมั้ย?
พวกท่านคิดว่าเด็กพวกนั้นรักโรงเรียน รักสถาบันกันของตัวเองหรือเปล่า?

ถ้าไปถามเด็กพวกนั้น ทุกคนน่าจะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่ารัก! ที่รักถึงได้ทำไปอย่างนั้น ที่ทำไปเป็นเพราะต้องการรักษาศักดิ์ศรีของโรงเรียนของสถาบัน ไม่ให้สถาบันคู่อริมาหยามเกียรติหรือลบหลู่

คำถามต่อมาคือ คนนอกที่มองเห็นหรือได้ข่าวเด็กนักเรียนหรือเด็กช่างกลตีกัน มองว่าการกระทำนั้นเป็นการแสดงความรักโรงเรียนหรือไม่? เกือบ 100% ยอมมองว่าไม่อย่างแน่นอน เป็นการสร้างปัญหาให้แก่สังคมมากกว่า อีกทั้งชื่อเสียงของโรงเรียนหรือสถาบันก็ไม่ได้ดีขึ้น กลับแย่ลงเพราะการกระทำพรรค์นี้เสียด้วยซ้ำ

เด็กพวกนั้นก็รักโรงเรียน รักสถาบันของตัวเอง แต่ทำไมถึงได้แสดงออกให้คนภายนอกรู้สึกว่าเป็นการทำลายโรงเรียน ทำลายสถาบัน? มันต้องมีอะไรผิดปรกติอย่างแน่นอน มันใช่ “ความรัก” จริงหรือ? หรือรักมากเกินไปจนถึงขั้นที่เรียกว่า “ความคลั่ง“?

ทีนี้ถ้าเราลองมองถึงระดับที่ใหญ่ขึ้น ตามที่เกริ่นนำเอาไว้ คือระดับชาติ

Continue reading “ความรักกับความคลั่ง”

คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และเทคโนโลยี, จิปาถะ, ระบายอารมณ์, เรื่องราวชีวิต

เปลี่ยนใจไม่ย้ายค่าย

สามวันก่อนตัดสินใจไปซึ่งทำเรื่องย้ายค่ายเบอร์เดิมจาก TrueMoveH ไปยัง AIS เพราะเห็นว่า package ปัจจุบันต้องจ่ายถึงเกือบเจ็ดร้อยบาท แถมยังได้อินเทอร์เน็ตเต็มความเร็วแค่ 1GB อีกต่างหาก ซึ่งแพงกว่าเจ้าอื่นๆ มาก

วันนี้ตามสเต็ป คือทรูส่ง SMS มาให้เสนอโปรลับ (ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ลับอะไรแล้ว) ลด 50% ก็ไม่ได้เหนือความคาดหมายอะไร ข้อความตามรูปข้างล่างนี้

Screenshot_2016-04-18-22-59-08 [76854]
SMS เชิญชวนให้ไม่ย้ายค่าย
แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือ เมื่อกดเข้าไปยังหน้าเว็บเพจตาม URL ที่ส่งมาให้ กลับไม่พบเนื้อหาข้อมูลเพิ่มเติมใดๆ ทั้งสิ้น

Capture
ขออภัย หน้านี้ถูกลบออกแล้ว หรือไม่สามารถใช้งานได้

 

ถึงแม้ว่าจะไม่สนใจข้อเสนอลดค่า package 50% ก็ตาม (กดเข้าไปดูเล่นๆ) แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทรูเองสนใจจะรักษาลูกค้ากลุ่มนี้มากน้อยแค่ไหน เพราะขนาดหน้าเว็บนำเสนอข้อมูลโปรโมชันดึงดูดลูกค่าที่ใกล้จะเปลี่ยนใจจากตัวเองไป ยังไม่ดูแลให้ดีเลย

ข่าวสารและการเมือง, จิปาถะ, ภาษา และวัฒนธรรม, ระบายอารมณ์

ออกกฎระเบียบ เพื่อให้มีระเบียบ เหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น

เราเห็นกฎระเบียบหลายๆ มีเหตุผลสนับสนุนว่าทำให้เกิดระเบียบวินัย ไม่ว่าจะเป็นข้ออ้างเกี่ยวกับการบังคับให้นักเรียนตัดผมเหมือนๆ กัน ใส่เสื้อผ้าเหมือนๆ กันก็ตาม (จริงๆ เข้าใจว่าตอนออกกฎระเบียบมีเหตุผลอยู่ แต่จากที่อ่าน/ฟังการถกเถียงต่างๆ คนส่วนใหญ่มักอ้างเหตุผลนี้) ซึ่งจริงๆ แล้วเราไม่ควรอ้างว่าออกกฎระเบียบใดๆ มาเพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบวินัย เหตุผลที่ควรจะเป็นคือ เมื่อมีกฎระเบียบนี้แล้วจะเกิดผลดีอย่างไร

ตัวอย่างเช่น การเข้าคิว ถือเป็นระเบียบวินัยอย่างหนึ่ง มีข้อดีคือทำให้รวดเร็ว ใครมาก่อนควรได้มีสิทธิก่อน ลดโอกาสเกิดการทะเลาะวิวาท เป็นต้น หรือกฎระเบียบการแต่งเครื่องแบบของเจ้าหน้าที่รัฐ มีเพื่อให้แยกแยะได้ว่าใครคือพลเมือง ใครคือเจ้าหน้าที่รัฐ หรือในบางกรณี เครื่องแบบสามารถช่วงป้องกันการเกิดอันตรายจากการปฏิบัติหน้าที่ได้ เช่น ทหาร หรือพนักงานดับเพลิง เป็นต้น

ถ้าเรายึดหลักว่ามนุษย์ทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพ การจะออกกฎระเบียบใดๆ มาลิดรอนสิทธินั้นไป ต้องมีเหตุผลที่มีน้ำหนักเพียงพอ และต้องบอกได้ว่าเมื่อมีกฎระเบียบนี้แล้วจะเกิดผลดีอย่างไร ทำให้สังคมโดยรวมดีขึ้นอย่างไร ต่างจากการไม่มีกฎระเบียบนี้อย่างไร การจะอ้างแค่ว่าทำให้เกิดความมีระเบียบ หรือทำให้มีระเบียบวินัยนั้นเป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น ถ้าเหตุผลของการออกกฎระเบียบมีแค่ต้องการให้มีระเบียบวินัย กฎระเบียบนั้นก็ไม่ควรมี

จิปาถะ

Steve Joms

แฝงไปด้วยปรัชญาอย่างล้ำลึก เนื้อหาสอนถึงความเพียรพยายามเพื่อความสำเร็จ แม้จะต้องฝ่าฟันด้วยความยากลำบากก็ตาม

เพื่อเป็นการไว้อาลัยแด่ Ralph McQuarrie ที่เพิ่งเสียชีวิตไป เราจึงได้ใส่ตัวละคร ดาร์ธ เวเดอร์ ลงไปในเนื้อเรื่องด้วย

จิปาถะ

ผู้หญิงมักมีเหตุผลที่ฟังขึ้นเสมอ

บ่ายวันหนึ่งระหว่างหญิงสาวสวยกำลังซักผ้าอยู่ริมน้ำนั้นแปรงซักผ้าคู่มือก็หลุดมือจมลงน้ำไป หญิงสาวสวยก็ทำอะไรไม่ถูกได้แต่นั่งร้องไห้อยู่ริมน้ำ

ทันใดนั้นเองเทวดาก็ลอยขึ้นมาจากผิวน้ำแล้วถามว่า ‘มีปัญหาอะไรรึ ?’
‘แปรงซักผ้าดิฉันตกลงไปในน้ำแล้ว และตรงนี้น้ำลึกมากต่อไปดิฉันจะเอาอะไรไปซักผ้าหาเลี้ยงลูกสามีได้หละท่าน’

เทวดาได้ยินดังนั้นก็ดำน้ำลงไปสักพักแล้วขึ้นมาพร้อมกับแปรงซักผ้าทองคำ
‘เอ้าแปรงซักผ้านี้ใช่แปรงซักผ้าของเจ้าใช่รึไม่ ?’ เทวดาถามหญิงสาวสวย
‘ไม่ใช่ค่ะ’

เทวดาก็ดำน้ำลงไปอีกครั้งกลับขึ้นมากับแปรงซักผ้าเงิน
‘เอ้าแล้วแปรงซักผ้านี้หละใช่ของเจ้ารึไม่ ?’
‘ไม่ใช่ค่ะแปรงซักผ้าของดิฉันทำจากเหล็กมีด้ามไม้เก่าๆ ไม่ใช่แปรงซักผ้าเงิน แปรงซักผ้าทอง’

เทวดาจึงดำลงน้ำไปอีกครั้งแล้วกลับขึ้นมาพร้อมกับแปรงซักผ้าเหล็กคู่มือหญิงสาวสวย
‘เอ้าแปรงซักผ้าของเจ้า แต่เราเห็นเจ้าเป็นคนดีซื่อสัตย์ไม่โกหก เราจะให้แปรงซักผ้าเงิน กับแปรงซักผ้าทองคำแก่เจ้าไปด้วย เพื่อตอบแทนในการที่เจ้าเป็นคนดี’
หญิงสาวสวยจึงรับแปรงซักผ้าไว้แล้วกลับบ้านด้วยความสุข

หนึ่งเดือนต่อมา …………

ระหว่างที่หญิงสาวสวยกำลังเดินเล่นอยู่ริมน้ำพร้อมกับสามีของเธออยู่นั้น สามีก็ลืนตกน้ำไป หญิงสาวสวยทำอะไรไม่ถูกได้แต่นั่งร้องไห้ริมน้ำ

ทันใดนั้นเทวดาองค์เดิมก็ปรากฏกายออกมาอีกครั้ง ‘เอ้าคราวนี้เจ้ามีปัญหาอะไรรึ’
‘สามีดิฉันลื่นตกน้ำไปเมื่อกี้นี้ค่ะ’

ได้ยินดังนั้นเทวดาจึงดำน้ำลงไป และขึ้นมาพร้อมกับผู้ชายคนหนึ่งที่เหมือนกันกับพี่เคน ธีรเดช วงษ์พัวพันธุ์ ตั้งแต่หัวจรดเท้า
‘ผู้ชายคนนี้ใช่สามีเจ้ารึไม่ ?’
‘ใช่แล้วค่ะ’ หญิงสาวสวยตอบทันที
 
เทวดาจึงโกรธมาก เพราะเห็นว่าหญิงสาวสวยโกหก และไม่ซื่อสัตย์เหมือนก่อน

‘ขออภัยด้วยค่ะท่านเทวดา มันเป็นการเข้าใจผิดค่ะ’

หญิงสาวสวยรีบชี้แจงทันใด

‘ถ้าเกิดดิฉันตอบว่าไม่ใช่ ดิฉันเดาว่าท่านก็คงจะลงไปในน้ำอีกครั้ง แล้วกลับขึ้นมาพร้อมกับผู้ชายที่เหมือนกับ มาริโอ้ และเมื่อดิฉันปฏิเสธอีกท่าก็คงจำดำลงไปอีกครั้งแล้วนำสามีดิฉันตัวจริงขึ้นมา สุดท้ายท่านก็คงจะให้ผู้ชายอีก 2 คนดิฉันด้วย เพื่อตอบแทนที่ดิฉันไม่โกหก แต่ว่า …. ดิฉันเป็นแค่หญิงสาวสวยจะมีปัญญาอะไรไปหาเงินเลี้ยงสามีพร้อมกัน 3 คนได้หละค่ะ (รับไม่ไหวค่ะ ได้ทีละคน) ดิฉันจึงจำเป็นต้องตอบว่าใช่ตั้งแต่แรก’

เทวดา  ‘เออ !!! จริงของมึง ‘
 
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เมื่อใดที่ผู้หญิงโกหก แสดงว่าหญิงผู้นั้นจะต้องมีเหตุผลจำเป็นในการโกหก และมีเจตนาดีอย่างแน่นอน

จิปาถะ

ไว้อาลัย “บุษยา รังษี”

วันนี้ก่อนออกไปเรียนได้ข่าวการจากไปของคุณบุษยา รังษี
ผู้ประกาศข่าวบอกว่าท่านเป็นคนที่ร้องเพลงสถาบันต่างๆ ไว้มากมาย
ไอ้เราก็จำได้ว่าท่านก็เคยร้องเพลงให้โรงเรียนเราเหมือนกัน เลยอดนึกใจหายไม่ได้

61193
61193_596856

 

ภาพจาก http://www.suanboard.net/view.php?p=view&kid=61193 ครับ

จิปาถะ

การสนทนาผ่าน wall ของอาจารย์

อ.กอบกุล กับ อ.อรรถสิทธิ์ สนทนากันผ่าน wall ใน facebook
อ่านแล้วนึกเสียง อ.กอบกุล ออกเลย

ขออนุญาตอาจารย์ทั้งสองท่านเอาบทสทนาสั้นๆ มาลงนะคับ
คงไม่เป็นการละเมิด privacy เพราะเนื้อความดูไม่เป็นความลับอะไร

image

จิปาถะ

ประเมินราคาเว็บไซต์

บังเอิญไปเจอเว็บไซต์ http://bizinformation.org/ เค้าว่าเค้าประเมินราคาเว็บไซต์ โดยดูจากจำนวนผู้เข้าชม, จำนวนเนื้อหา, จำนวน link ที่มายังเว็บไซต์ ก็เลยลองเอาเว็บไซต์ community สองเว็บ คือ suanboard.net กับ baka.in.thลองประเมินดู

bakachulasuanboard

ไม่น่าเชื่อว่าเว็บบอร์ดของโรงเรียนมัธยมโรงเรียนนึง จะมีราคาประเมินมากกว่าเว็บของมหาวิทยาลัยอย่างจุฬาฯ ที่คณะคณะนึงก็มีนิสิตมากกว่านักเรียนทั้งโรงเรียนมัธยมแล้ว