รถเมล์ไทย การเดินทางที่คาดหวังอะไรไม่ได้

ปกติแล้วผมอาศัยอยู่คอนโดแถวกล้วยน้ำไทและจะเดินทางกลับบ้านในวันอาทิตย์ ซึ่งโดยปกติจะใช้เวลาในการเดินทางโดยนั่งรถไฟฟ้าและรถเมล์ประมาณหนึ่งชั่วโมง อย่างมากก็หนึ่งชั่วโมงครึ่ง ไม่เกินนั้น แต่อาทิตย์ที่ผ่านมากลับใช้เวลาเกินกว่า 2 ชั่วโมง ยังไปไม่ถึงบ้าน และตัดสินใจไม่กลับบ้านแล้ว เพราะเย็นมากแล้ว กลับไปถึงบ้านปุ๊บก็ต้องกลับออกมา

ผมเริ่มต้นออกจากคอนโดประมาณบ่ายสองโมง ปกติจะออกเร็วกว่านี้ แต่พอดีว่าพ่อไม่อยู่บ้าน กลับไปก็ไม่ได้เจอพ่อ จึงจัดแจงทำงานบ้านที่คอนโดให้เรียบร้อยแล้วจึงกลับ เดินทางด้วยรถเมล์จากแยกกล้วยน้ำไท พอดีรถเมล์สาย 45 ซึ่งไปสุดท้ายที่ท่าน้ำสี่พระยามาพอดี จึงถือโอกาสลองนั่งไปดู เพราะไม่เคยกลับทางนี้ ปกติจะกลับทางรถไฟฟ้าตลอด

นั่งรถไปสักพักเริ่มรู้สึกทำไมรถมันเคลื่อนตัวได้ช้าจัง เลยลองหาๆ ดู ปรากฏว่าที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์จัดงาน “ไทยเที่ยวไทย” ทำให้รถละแวกนั้นติดเป็นอย่างมาก กว่าจะผ่านจุดนี้มาได้ก็เล่นเอานานพอสมควร เรื่องรถติดเพราะมีการจัดงานอะไรนี่พอเข้าใจได้ อีกทั้งมันก็ไม่ได้ติดมากขนาดขยับไปไหนไม่ได้เลย จึงไม่ใช่ประเด็นอะไรหนักหนานัก

ประเด็นที่อยากจะพูดถึงในวันนี้คือหลังจากที่ผมข้ามเรือจากท่าน้ำสี่พระยาเพื่อจะไปต่อรถเมล์สาย 89 ที่คลองสานนี่แหละ ผมใช้เวลารอรถเมล์สายนี้อยู่ครึ่งค่อนชั่วโมงได้ จริงๆ ก็จำเวลาที่รอแน่นอนไม่ได้หรอก แต่คือแบบ… รอแล้วรออีก ชนิดที่ว่าผมเห็นรถเมล์สายที่เป็น rare item อย่างสาย 149 ผ่านไปแล้วถึงสองคัน ถ้าใครคุ้นเคยกับรถเมล์สายนี้หน่อยจะทราบว่า สาย 149 เป็นรถเมล์ที่หาได้ยากมาก นานๆ จะมาสักคัน แต่ตอนนี้ สาย 89 ที่ผมรอ มันมาช้ากว่าสาย 149 เสียอีก ไม่ต้องนับสาย 84 และสาย 6 ที่ผ่านไปเป็นสิบๆ คันได้

รอจนเบื่อล่ะครับ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู สี่โมงกว่าเสียแล้ว ผมออกจากคอนโดตั้งแต่บ่ายสอง ใช้เวลาเดินทางสองชั่วโมง ยังไม่ได้ขึ้นรถเมล์เข้าบ้านเลย จึงตัดสินใจโทรศัพท์บอกพ่อว่าไม่กลับบ้านแล้ว รอไม่ไหว เดินทางไม่ได้ไกลมากในกรุงเทพฯ ใช้เวลาสองชั่วโมงยังไปไม่ถึง รอรถเมล์ครึ่งค่อนชั่วโมงก็ยังไม่มา

สุดท้ายผมก็เลยข้ามเรือกลับเลย แต่เรื่องยังไม่หมดเท่านั้น เพราะผมต้องไปรอรถเมล์อีก เพื่อที่จะไปทำธุระต่อที่สยาม จากท่าน้ำสี่พระยาจะไปสยาม ก็มีสาย 36 93 และรถตู้ ผมยืนรออยู่ที่ป้ายรถเมล์ตรงนั้นเป็นสิบๆ นาที ก็ยังไม่มีรถสายไหนมา อารมณ์หงุดหงิดเริ่มมากอีกแล้ว จึงตัดสินใจไม่รอ และเดินไปสยามเลย

ระหว่างทางที่เดินก็เห็นแต่ละป้ายรถเมล์ที่ผ่าน มีคนรอจำนวนมากเลยทีเดียว ผมเดิน เดิน เดิน เดินถึงสามย่าน ก็ยังไม่เห็นวี่แววรถสายที่ผมจะขึ้นแซงไปเลย

จนถึงประมาณหน้าหอใน จุฬาฯ รถสาย 36 จึงแซงผมไป ส่วนสาย 93 นี่ก็ตามมา แต่ดันติดไฟแดงเสียก่อน พูดง่ายๆ ว่าสาย 36 ชนะผม แต่ผมชนะสาย 93 เพราะผมไปถึงมาบุญครอง จุดหมายเสียก่อน

ลองจินตนาการกันเอานะครับ ระยะทางจากท่าน้ำสี่พระยาจนถึงมาบุญครอง ไม่ไกลมากก็จริง แต่ถ้าเดินนี่ต้องใช้เวลานานอยู่พอสมควร รถเมล์มันขาดระยะได้ถึงขนาดนี้ ผมเลยกลับมานั่งคิดว่าเราไม่สามารถไว้ใจรถเมล์ไทยได้เลย เราไม่สามารถวางแผนการเดินทาง คำนวณเวลา ตระเตรียมอะไรได้เลย แม้เราจะเตรียมตัวมาดีอย่างไร คำนวณเวลาในการเดินทางมาดีแค่ไหน ต้องมาเสียแผนกับรถเมล์ไทยแทบจะทุกครั้งไป

ท้ายสุดนี้ขอฝากบทความจากไทยรัฐ ที่มีภาพประกอบสุดยอดโดนใจผมมาก นั่นก็คือภาพรถเมล์ของประเทศสิงคโปร์เมื่อ 50 ปีที่แล้ว ผมเห็นแว้บแรกนี่นึกว่าเป็นภาพรถเมล์บ้านเราปัจจุบันนี้เลย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s