คนไทยพูดอังกฤษได้ แต่ขาดความเป็นธรรมชาติ

จริงๆ ตั้งใจจะบล็อกเรื่องนี้ตั้งแต่สองอาทิตย์ก่อนแล้ว แต่ก็อู้มาตลอดไม่ได้บล็อกเสียที

เมื่อสองอาทิตย์ก่อนเป็นคลาสสุดท้ายของคอร์สวิชาภาษาอังกฤษวิชาหนึ่งที่ผมได้ลงเรียนกับทางบริษัท เดี๋ยวอาทิตย์นี้ก็จะเริ่มอีกคอร์สละ ในคลาสสุดท้าย อาจารย์ฝรั่งก็เลยฝากข้อคิดอะไรไว้ซะเยอะแยะ เรื่องที่จะนำมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้เป็นเรื่องที่ผมได้ฟังแล้วก็คิดว่า เฮ้ย มันจริงนะ น่าจะเป็นประโยชน์

อาจารย์ฝรั่งบอกว่า คนไทยรู้ภาษาอังกฤษพอสมควรเลย เวลาเขามาสอนนักเรียนในห้อง แทบไม่ต้องสอนคำศัพท์หรือ grammar พื้นฐานอะไรเลย เพราะนักเรียนไทยรู้เรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ศัพท์พื้นฐานก็รู้ในระดับที่สื่อสารกันได้ grammar ก็ไม่มีใครผิดจนทำให้ความหมายของประโยคผิดเพี้ยนจนไม่สามารถเข้าใจได้ แต่สิ่งที่ยังคงรั้งนักเรียนไทยอยู่คือ “ความเป็นธรรมชาติ” 

ความเป็นธรรมชาติ ตัวอย่างเช่น สำเนียงการพูด สำนวนหรือวลีบางอย่างที่เจ้าของภาษาใช้ การแสดงอารมณ์และท่าทางในขณะพูด เรื่องพวกนี้สอนกันไม่ได้ ต้องอาศัยการเลียนแบบและฝึกฝน

อาจารย์ฝรั่งแนะนำให้นักเรียนลองไปฝึกกันดู ด้วยการลองนึกถึงดาราหนังฝรั่งที่ชื่นชอบ เลือกสักคนมาเป็นไอดอล อาจเลือกคนที่ดูมีบุคลิกใกล้เคียงกับเราก็ได้ จะได้รู้สึกไม่ตะขิดตะขวงใจเท่าไหร่ จากนั้นลองดูหนังของเขาหลายๆ เรื่อง ลองศึกษาพฤติกรรม และเลียนแบบการพูดและการแสดงออกของเขา

เรื่องสำคัญที่อาจารย์ย้ำก็คือ ให้พูดตามไอดอลของเราเฉพาะตอนอยู่คนเดียวเท่านั้น ถ้าทำตอนมีคนอื่นอยู่ด้วยเดี๋ยวจะถูกหาว่าบ้า (อันนี้เหมือนพูดเอาฮานะครับ แต่พูดได้ถูกเผงเลย)

หลังจากนั้นนักเรียนในห้องเริ่มอยากรู้อยากเห็น เลยถามอาจารย์ฝรั่งกลับไปว่า แล้วตอนที่อาจารย์เรียนภาษาไทย อาจารย์เลือกใครเป็นไอดอลในการเลียนแบบท่าทางการพูด

อาจารย์ฝรั่งดูอึ้งกับคำถามนี้ไปพอสมควร แต่ยังไม่ยอมตอบแต่ทีแรก กลับถามนักเรียนกลับว่านักเรียนคิดว่าใคร บอกใบ้ให้ว่าไม่ใช่นักแสดง แต่เป็นนักการเมือง

หลายคนไปนึกถึงนักการเมืองไอดอลอย่าง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่ผิด ไม่มีใครตอบได้ถูกเลย จนอาจารย์ฝรั่งต้องเฉลยว่าคือ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์

คำถามต่อมาคือ ทำไมต้องเป็นคุณชูวิทย์ อาจารย์ฝรั่งให้เหตุผลว่า เขาชอบวิธีการนำเสนอตัวเองของคุณชูวิทย์ ดูเป็นนักการเมืองอเมริกันมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการให้สัมภาษณ์ที่ดุดัน โปสเตอร์หาเสียงที่ครีเอทีฟ จนทีแรกอาจารย์ฝรั่งเข้าใจด้วยว่าเป็นโปสเตอร์หนัง เพิ่งจะมารู้ทีหลังว่าเป็นนักการเมือง และลองให้ไปดูเปรียบเทียบกับป้ายหาเสียงของนักการเมืองคนอื่นๆ ตรงนี้ทำให้นักเรียนฮากันทั้งห้อง เพราะมันต่างกันอย่างเห็นได้ชัดจริงๆ

อาจารย์ฝรั่งย้ำว่า เขาไม่สนใจนโยบายของคุณชูวิทย์ด้วยซ้ำ แต่เขาดูการให้สัมภาษณ์ของคุณชูวิทย์ และเลียนแบบการพูดภาษาไทยของเขา รวมถึงได้ดูช็อตเด็ดที่คุณชูวิทย์ไปต่อยนักข่าวกลางรายการช่อง 3 เมื่อหลายปีก่อนนั่นด้วย เมื่อถึงจุดนี้นักเรียนทั้งห้องฮาอีกแล้ว

เรื่องนี้เป็นคำแนะนำที่น่าสนใจนะครับ และจากที่ดูการพูดภาษาอังกฤษของคนไทยหลายๆ คน รวมถึงตัวผมเองด้วย ก็คิดว่าเป็นจริงตามที่อาจารย์ฝรั่งว่า คือคนไทยพูดภาษาอังกฤษได้ รู้คำศัพท์ รู้ grammar แต่ที่ขาดคือความเป็นธรรมชาติ นั่นคือสิ่งที่เราต้องฝึกฝน และการฝึกฝนที่ดีก็มาจากการเลียนแบบนั่นเอง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s