ข่าวสารและการเมือง, ระบายอารมณ์

ตรรกะสลิ่ม

วันนี้กลับมาโพสต์เรื่องเกี่ยวกับการเมืองอีกจนได้ พอเห็นตรรกะของหลายๆ คนแล้วรับไม่ไหวจริงๆ ผมเคยโพสต์เรื่อง คนไทยยอมรับการทุจริตได้ กับ คนไม่ใช่ ทำอะไรก็ผิด

เรื่องแรกมีเนื้อหาเกี่ยวกับการทุจริตของคนไทยในชีวิตประจำวันจนติดเป็นนิสัย การจะแก้การทุจริตไม่ใช่ไปแก้ที่นักการเมือง ที่เป็นผลผลิตจากสังคมวัฒนธรรมแบบไทยๆ ซึ่งเป็นปลายเหตุมากๆ แต่ต้องแก้ทั้งระบบ ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนทั้งประเทศ

ส่วนเรื่องที่สอง เป็นหนึ่งในข้อยืนยันว่า จริงๆ แล้ว คนไทยที่ออกมาต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันบางคน ไม่ได้รังเกียจการกระทำใดๆ ที่ส่อไปในทางทุจริตเลย เพียงแต่ใช้การทุจริตมาเป็นข้ออ้างอันชอบธรรมในการรังเกียจคนที่เราไม่ชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

วันนี้ได้เห็นคนบางกลุ่มพูดเรื่องทำนองนี้บนเฟสบุ๊ก จึงอยากจะระบายความคับอกคับใจบางอย่าง ด้วยการรวบรวมเรื่องที่เคยโพสต์บนเฟสบุ๊กไปแล้วมาไว้ในบล็อกนี้อีกครั้ง

โพสต์แรกเป็นกระทู้ในพันทิพ มีคนมาตั้งว่าเพื่อนที่ยืมเงินไปหลายหมื่น ผ่านมาหลายปียังไม่ยอมคืน แต่กลับไปร่วมม็อบต่อต้านคนโกง

การยืมเงินแล้วไม่คืน เรียกภาษาชาวบ้านก็คือโกงนั่นแหละ อันที่จริงคนที่ยืมเงินเจ้าของกระทู้ไป น่าจะเป็นคนที่มีพื้นฐานจิตใจดีงามอยู่พอสมควร จึงไปร่วมต่อต้านคนโกงกับเขาด้วย แต่เหตุไฉนจึงกระทำการเฉกเช่นเดียวกับนักการเมืองที่โกงกินบ้านเมืองนี้เสียเอง?

เรื่องต่อมาเป็นการให้สัมภาษณ์ของ ดร.เสรี ต่อนักข่าว Channel 4 จากประเทศอังกฤษ

เสรีถามแบบเยาะเย้ยต่อว่า “มีคำถามอีกเปล่าจ๊ะ”

จอห์นบอก “ชัวร์” และถามต่อว่า “มีข้อกล่าวหาว่า ทั้งสองฝ่าย (คงหมายถึงพรรคเพื่อไทยและประชาธิปัตย์) โดนกล่าวหาว่าคอร์รัปชันทั้งคู่ คอร์รัปชันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทั่วสังคมไทย”

เสรีบอกว่า “แต่มีขีดจำกัด ทักษิณไปไกลกว่าขีดจำกัดนั้น เราทนการคอร์รัปชันของเขาไม่ได้อีกแล้ว และเขายังพยายามเป็นเจ้าของทรัพย์สินของราชการหลายอย่าง ไม่เคยมีรัฐบาลไหนทำแบบนี้ การคอร์รัปชันเป็นเปอร์เซ็นต์พอรับได้ แต่การออกนโยบายเพื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางราชการเป็นสิ่งที่รับไม่ได้”

การให้สัมภาษณ์ของ ดร.เสรี ในครั้งนี้ ยิ่งตอกย้ำตรรกะความคิดของคนกลุ่มนี้ให้ยิ่งชัดเจนเข้าไปอีก เราเอาอะไรมาวัดว่าใครโกงมากโกงน้อย วัดที่จำนวนเงิน วัดที่ความร้ายแรงของโทษ หรือวัดที่ประชาชนได้ผลประโยชน์มากน้อยแค่ไหน? อย่างนี้ถ้าอีกฝ่ายอ้างเหตุผลคล้ายๆ กันว่า ถ้านักการเมืองโกงแล้วประชาชนได้รับผลประโยชน์บ้าง ก็ถือว่ารับได้ ดร.เสรี อยากได้ตรรกะแบบนี้จริงๆ หรือ?

รวมถึงข้อกล่าวหาการพยายามเป็นเจ้าของทรัพย์สินราชการอีก มีข่าวลือออกมาอย่างต่อเนื่อว่าทักษิณเป็นเจ้าของ ปตท. ซึ่งหลายคนพยายามเสาะแสวงหาข้อเท็จจริงดังกล่าวจากผู้ถือหุ้นใหญ่ของ ปตท. ก็ไม่เห็นถึงความเชื่อมโยงในเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย

จะเห็นได้ว่า ดร.เสรี ยอมรับกับการทุจริตคอร์รัปชันของนักการเมืองคนอื่นๆ ได้ แต่ยอมรับการทุจริตของทักษิณไม่ได้ โดยอ้างข้อกล่าวหาที่เรียกได้ว่า “ไม่มีมูล” มาเป็นเหตุผลรองรับ ผมมองว่ามันเป็นอคติส่วนตัวเสียมากกว่า

สุดท้ายนี้ขอสรุปตรรกะของคนพวกนี้ออกมาเป็นข้อๆ ไม่น่าจะผิดไปจากนี้มากนัก

  1. ทักษิณและพวกโกง -> เลว
  2. ไม่ใช่พวกทักษิณโกง -> ไม่รู้ไม่ชี้
  3. ประชาชนธรรมดาโกง -> ไม่เป็นไร
  4. ตัวเองโกง -> ใครๆ เขาก็ทำกัน
กีฬา

ซานตง ลู่เหนิง 1 – 1 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

วันนี้เป็นการลงสนามนัดแรกของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในศึก AFC Champions League 2014 ซึ่งต้องออกไปเยือน ซานตง ลู่เหนิง ถึงประเทศจีน

บุรีรัมย์ถูกมองว่าเป็นรองทีมเจ้าบ้านจากจีน แต่ผลงานในปีที่แล้วที่เข้าได้ถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย และยังเคยบุกไปชนะกว่างโจวถึงประเทศจีนเมื่อสองปีก่อน ทำให้ใครก็ไม่สามารถประมาททีมแชมป์จากประเทศไทยได้

แม้ผลจบลงด้วยการเสมอกันไป 1 ประตูต่อ 1 ซึ่งถือว่าน่าพึงพอใจสำหรับการออกไปเยือนเมืองจีนในครั้งนี้ แต่ถึงกระนั้น ประธานสโมสรบุรีรัมย์ก็ยังไม่พอใจในผลการแข่งขัน

1622306_525493537570593_371965897_o

ส่วนผลคู่อื่นๆ

ซานเฟรช ฮิโรชิม่า 1 – 1 ปักกิ่ง กั๋วอัน
เอฟซี โวล 2 – 0 เซ็นทรัล โคสต์
โปฮัง สตีลเลอร์ส 1 – 1 เซเรโซ่ โอซาก้า

ข่าวสารและการเมือง

การเลือกตั้งคือทางออก

มันเกี่ยวกันตรงไหนว่ารัฐบาลชั่วแล้วยังไม่สมควรมีการเลือกตั้ง? คุณอรรถวิชช์พูดถูกว่ามาตรฐานความดีความชั่วของแต่ละคนมันแตกต่างกัน แล้วคุณอรรถวิชช์จะเอามาตรฐานของตัวเองมาตัดสินแทนคนอื่นๆ ในประเทศนี้ได้อย่างไร? ถามคนทั้งประเทศแล้วหรือยัง?

การที่รัฐบาลมีปัญหาคอร์รัปชัน บริหารงานผิดพลาด แล้วมีกลุ่มคนออกมาชุมนุมประท้วง นำเสนอข้อมูลในฝ่ายที่ตนเองมีสู่สาธารณะ เพื่อโน้มน้าวให้คนที่นิยมชมชอบรัฐบาลอยู่มาเห็นด้วยกับตัวเอง นั่นเป็นสิทธิเสรีภาพที่ทำได้ ตราบเท่าที่ไม่ไปกระทบต่อสิทธิของผู้อื่น แต่ภาพที่ปรากฏอยู่ตอนนั้นมันเป็นอย่างนั้นหรือ มีการไปปิดล้อมสถานที่ต่างๆ ไปคุกคามคนโน้นทีคนนี้ที ไปตัดน้ำตัดไฟบ้านใครก็ได้

การต่อต้าน พรบ.นิรโทษกรรมโดยการออกมาเป่านกหวีด และเดินประท้วงไปตามท้องถนนของคนจำนวนมาก แม้จะไม่ใช่เสียงของคนส่วนใหญ่ของประเทศ แต่ก็สร้างแรงสั่นสะเทือนให้รัฐบาลที่ได้รับเลือกจากคนส่วนใหญ่ต้องยอมถอน พรบ.ออกจากการพิจารณา และยอมยุบสภาในที่สุด นั่นคือที่สุดแล้วที่จะสามารถทำได้ตามระบอบประชาธิปไตย

บางคนก็บอกว่าเป็นการชุบตัวของรัฐบาล จริงๆ แล้วการเลือกตั้งไม่ได้ทำให้คดีคอร์รัปชันสิ้นสุดลงไปด้วย เมื่อคดีเข้าสู่ ปปช. ก็ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ถ้ามีหลักฐานว่ากระทำผิด ก็ถูกลงโทษไปตามกฎหมาย

และยังบอกอีกว่ายุบสภาไปเดี๋ยวก็ได้เลือกเข้ามาใหม่ นั่นอาจจะเป็นไปได้หรือไม่ ใครจะไปรู้ล่วงหน้า การพูดลักษณะนี้ถือเป็นการไม่เคารพเสียของประชาชนอย่างมาก ไปดูถูกว่าคนที่เลือกพรรคเพื่อไทยเป็นคนโง่ ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร เลยจำเป็นต้องมีกระบวนการบางอย่าง ที่ไม่ต้องสนใจสิทธิในการเลือกของเขา นั่นคือ “รัฐบาลคนดี” ที่มาจากการแต่งตั้งที่นำเสนอกันมาตลอด  Continue reading “การเลือกตั้งคือทางออก”

ข่าวสารและการเมือง

การเลือกตั้งสำคัญอย่างไร?

ใกล้จะถึงวันเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งกำหนดไว้วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้แล้ว แม้จะมีการต่อต้านการเลือกตั้งครั้งนี้อยู่พอสมควร แต่ฝ่ายต่อต้านก็ออกตัวว่าไม่ได้ต่อต้านการเลือกตั้ง แต่ต้องการเพียงแค่อยากจะปฏิรูปก่อนที่จะมีการเลือกตั้งเท่านั้น

หากมองอย่างผิวเผินก็จะมองว่าม็อบนี้ไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะต่อต้านการเลือกตั้ง แต่ถ้าได้ฟังเหตุผลของม็อบก็พอจะเข้าใจว่าไม่ใช่ต่อต้านประชาธิปไตย เพียงแต่ต้องการการปฏิรูปบ้านเมืองก่อนเท่านั้น แล้วจึงค่อยให้มีการเลือกตั้ง แต่ถ้ามองให้ลึกลงไปกว่านั้นอีก คือม็อบกลุ่มนี้ไม่พึงพอใจต่อระบอบประชาธิปไตยแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน จึงอยากจะเปลี่ยนแปลง แต่ข้อเสนอและรูปแบบที่จะปฏิรูปไม่เป็นประชาธิปไตย

สิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นประชาธิปไตยที่เด่นชัดที่สุดคือ ข้อเสนอที่จะให้มีการจัดตั้ง “รัฐบาลคนกลาง” ที่มาจากการแต่งตั้ง และ “สภาประชาชน” ขึ้นมาเป็นตัวแทนของ “ประชาชน” เพื่อรวบรวมข้อเสนอในการปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ คำถามก็คือ เราจะเอาอะไรมาชี้วัดว่า คนที่เข้าไปนั่งในสภาดังกล่าว เป็นตัวแทนของประชาชนจริงๆ?

“รัฐบาลคนกลาง” แน่นอนว่าไม่ได้มาจากการเลือกของประชาชนอยู่แล้ว ไม่เป็นประชาธิปไตยแน่นอน ส่วนเรื่องของ “สภาประชาชน” ข้อเสนอของม็อบดังกล่าวคือการคัดเลือก “คนดี” จากสาขาวิชาชีพต่างๆ จำนวน 300 คน และ ม็อบคัดเลือกอีกจำนวน 100 คน รวมเป็นทั้งหมด 400 คน แต่ 400 คนนี้มีความยึดโยงอะไรกับประชาชนทั้งประเทศ?

โอเค เราอาจบอกว่าเป็นตัวแทนสาขาอาชีพ เช่น ชาวนา เราอาจมีชาวนามาเป็นตัวแทนในการปฏิรูป ซึ่งยากมากในเหตุการณ์ปกติที่ชาวนาธรรมดาจะได้เข้ามาเป็นตัวแทนของประชาชน แต่… ชาวนาคนนี้ได้รับฉันทามติจากชาวนาทั้งประเทศแล้วหรือยัง? ชาวนาคนอื่นๆ อาจจะอยากให้ชาวนาอีกคนเข้ามาเป็นตัวแทนก็ได้ ตรงนี้เราเอาอะไรพิสูจน์ถ้าไม่มีการลงคะแนนอย่างเป็นทางการ?

แล้วลองนึกถึงพวกสาขาอาชีพใหม่ๆ ในปัจจุบันสิ คนที่ทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์จะมีตัวแทนสาขาอาชีพของผมเข้าไปทำหน้าที่ตรงนี้หรือไม่? คนที่ทำงานแบบ freelance จะมีตัวแทนหรือไม่? แล้วคนที่ทำงานสุจริตบางอย่างที่สังคม “คนดี” ไม่ยอมรับ เช่น หมอนวดตามสถานบริการ จะมีโอกาสได้มีตัวแทนหรือไม่?

จริงๆ การแบ่งตัวแทนออกไปตามสาขาอาชีพ ดูเป็นวิธีที่น่าสนใจ แต่คำถามก็มักจะเกิดขึ้นอย่างที่แสดงตัวอย่างไปข้างต้น อาชีพอะไรจะสามารถเป็นตัวแทนใน “สภาประชาชน” แห่งนี้บ้าง และจะคัดเลือกกันอย่างไร

ในเมื่อการเลือกตัวแทนแบบสาขาอาชีพเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมได้ ก็ต้องมาลงเอยที่การเลือกตัวแทนโดยอ้างอิงทางภูมิศาสตร์ อย่างที่เราทำกันอยู่ในปัจจุบันนี้นั่นเอง เพราะเป็นวิธีที่ง่ายและมั่นใจได้ว่าทุกคนมีสิทธิ์ในการเลือกผู้แทนของตนเองอย่างเท่าเทียมกัน