ข่าวสารและการเมือง, ระบายอารมณ์, เรื่องราวชีวิต

ปัญหาการจราจร

สัปดาห์ก่อนเข้าเรียนภาษาอังกฤษกับบริษัท แต่เรื่องที่จะมาแชร์วันนี้ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับ grammar ภาษาอังกฤษแบบครั้งก่อนๆ ในคลาสมีการพูดคุยกันถึงเรื่องปัญหาการจราจรของเมืองไทย

เพื่อนร่วมคลาสบางคนพูดทำนองโทษให้ปัญหาการจราจรที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ เกิดจากนโยบายสนับสนุนให้คนซื้อรถยนต์ส่วนตัวของรัฐบาล จริงอยู่ที่นโยบายดังกล่าวทำให้จำนวนรถบนท้องถนนเพิ่มขึ้น และติดมากขึ้น แต่ต้องไม่ลืมว่าปัญหารถติดของเมืองไทย มีมาตั้งแต่ก่อนที่จะออกนโยบายนี้เสียอีก ต้นตอของปัญหาจึงไม่ควรโทษรัฐบาลเพียงอย่างเดียว

อาจารย์ฝรั่งจึงพูดแย้งขึ้นมาว่า จำนวนรถไม่น่าใช่สาเหตุที่ทำให้รถติด ตามเหตุผลที่กล่าวไปข้างต้น หากแต่มาจากพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนของคนไทยเองเสียมากกว่า พร้อมยกตัวอย่างสามแยกไฟแดงแห่งหนึ่งใกล้ที่พักของอาจารย์เอง โดยบอกว่า แม้ว่าไฟจราจรจะขึ้นสีแดงอยู่ทนโท่ แต่ก็ยังมีรถจำนวนหนึ่งที่ไม่หยุด และยังดันทุรังจะไปให้ได้ จนไปขวางทางรถทางอื่นที่จะออกมาอีก

https://twitter.com/TheTopologist/status/393245915185565696

นอกจากนี้ อาจารย์ยังพูดถึงเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด และค่าปรับที่มหาโหดเมื่อทำผิดกฎจราจรในประเทศบ้านเกิดของเขาด้วย ซึ่งเมื่อเทียบกับไทยแล้ว ค่าปรับของไทยนี่เป็นขี้เล็บไปเลย

ลองเข้าไปดูเว็บของกองบังคับการตำรวจจราจรดูสักหน่อย ว่าเสียค่าปรับในแต่ละข้อหาเท่าไหร่กันบ้าง http://www.trafficpolice.go.th/fine.php จะเห็นได้ว่าค่าปรับในแต่ละข้อหา กำหนดไว้เพียงไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้น เมื่อดูไปถึงปีที่ออกกฎหมาย พ.ร.บ.การจราจรทางบก ออกไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2522 และได้รับการแก้ไขเมื่อ พ.ศ.2538 และการเปรียบเทียบปรับ ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฉบับที่ 3 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 40 และเพิ่มเติมฉบับที่ 4 ลงวันที่ 3 ธันวาคม 2540 ตามลำดับ

ไม่แน่ใจว่าในสมัยนั้น ค่าปรับเท่านี้ถือว่าเยอะมากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าเทียบกับในปัจจุบัน การกินข้าวตามห้าง อาจแพงกว่าค่าปรับเสียอีก เห็นทีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรแก้ไขปรับปรุงค่าปรับข้อหาต่างๆ ให้เป็นปัจจุบันมากขึ้นได้แล้ว

Advertisements
ข่าวสารและการเมือง, คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และเทคโนโลยี

ยื่นซองประมูลทีวีดิจิตอลวันแรก

วันนี้เป็นวันแรกที่ทาง กสทช. เปิดให้บริษัทที่สนใจซื้อซองประมูลไปก่อนหน้านี้ เข้ายื่นประมูลทีวีดิจิตอล ผมเห็นว่าเว็บข่าวต่างๆ ที่รายงานข่าวเกี่ยวกับการประมูลครั้งนี้ สรุปผลการยื่นประมูลวันแรกออกมาอ่านยากมากๆ เลยลองนำมาทำเป็นตารางให้ เผื่อผู้ที่สนใจท่านอื่นๆ อ่านได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

วันแรกมีผู้ประมูลดังนี้

ผู้ยื่นซองประมูลทีวีดิจิตอล HD SD News Kids
บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด x
บริษัท บีบีทีวีแซทเทลวิชั่น จำกัด x
บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด x
บริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด x x
บริษัท แบงคอกบิสสิเนส บรอดแคสติ้ง จำกัด x
บริษัท เอ็นบีซี เน็กกซ์ วิชั่น จำกัด x
บริษัท เนชั่นคิดส์ จำกัด x
บริษัท อาร์เอส เทเลวิชั่น จำกัด x
บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น จำกัด x x
บริษัท โรสมีเดีย แอนเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด x
บริษัท 3 เอ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด  x
บริษัท พีเอ็ม กรุ๊ป จำกัด  x
บริษัท โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด x
บริษัท ไอ สปอร์ต มีเดีย จำกัด  x
บริษัท ทริปเปิล วี บอร์ดคาสท์ จำกัด x
บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด  x x
บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)  x x
บริษัท จีเอ็มเอ็ม เอสดี ดิจิตอล ทีวี จำกัด x
บริษัท จีเอ็มเอ็ม เอชดี ดิจิตอล ทีวี จำกัด  x
รวม 6 10 5 2

หลังจากยื่นประมูลไปแล้ว ผู้ประกอบการจะถูกห้ามให้สัมภาษณ์หรือให้ข่าวที่เกี่ยวข้องกับการประมูล จนกว่าจะมีการประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับใบอนุญาต เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการฮั้วประมูลขึ้น

การตรวจสอบเอกสารยื่นประมูลจะใช้เวลาไม่เกิน 45 วัน ซึ่งจะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 13 ธันวาคม นี้ และหากไม่มีข้อผิดพลาด โดยจะสามารถเปิดประมูลได้เร็วสุดกลางเดือนธันวาคม และช้าสุดไม่เกินต้นเดือนมกราคมปีหน้า

สรุปจาก ไทยรัฐ ออนไลน์

ผมรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก เพราะเหมือนเป็นอีกก้าวหนึ่งของวงการโทรทัศน์ของประเทศไทยเลยทีเดียว หวังว่าการที่มีจำนวนช่องฟรีทีวีมากขึ้น จะทำให้ประชาชนมีทางเลือกในการรับข้อมูลข่าวสารได้มากขึ้น คุณภาพของ content ก็จะมากขึ้นไปกว่าละครน้ำเน่าหลังข่าว แทบจะอดใจรอวันที่ออกอากาศทีวีดิจิตอลอย่าเป็นทางการไม่ได้แล้ว