MRP

MRP I = Material Requirement Planning ต้องการข้อมูล 3 อย่างที่ต้องมีควาถูกต้อง เพื่อที่จคำนวณหา ชนิด และปริมาณของวัสดุทั้งวัตถุดิบ และบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการผลิตที่ตรงกับความต้องอย่างพอดี ไม่มากไม่น้อยเกินไป อาจมีเพื่อของเสียได้บ้าง

สิ่ง 3 อย่างที่ต้องมีความแม่นยำคือ

  1. ยอดของคงคลัง (On Hand) คือการทำให้ Physical Stock = Logical Stock ซึ่งต้องเป็นแบบ Real Time แปลง่ายๆคือ ทำให้ยอดของคงคลังที่นับได้จริง ตรงกับ ยอดของคงคลังในระบบสต๊อคการ์ด หรือในคอมพิวเตอร์ ให้ตรงกันในทันทีทันใด(Real Time) หลังจากที่มีการโยกย้าย รับ จ่าย วัสดุนั้นๆ บางแห่งใช้ ระบบอัตโนมัติควบคุมของคงคลัง (Inventory) ก็จะได้ Real time ที่สมบูรณ์ บางแห่งที่ใช้อัตโนมือ คือคนคีย์ป้อนเข้าคอมพิวเตอร์ ก็ขึ้นกับคนว่าจะป้อนเข้าไปเมื่อไหร่ และป้อนถูกไหม ยอดของคงคลัง ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ในบางโรงงานที่มีการจัดการไม่ดี ความแม่นยำของ Physical Stock ต่ำมากเมื่อเทียบกับ Logical Stock จนถึงขนาดที่ แผนกวางแผนผลิต บอกว่าเวลา run MRP จะคิดว่า ยอดของคงคลังทั้งหมดเป็น ศูนย์ เวลาคำนวณความต้องการวัสดุจากสูตรได้เท่าไหร่ ก็จะสั่งวื้อเท่านั้น โดยไม่ไปลบออกจากยอดของคงคลังเลย ที่คลังดังกล่าวมีของอยู่ 1000 ชนิด มีขนาด 2500 pallets ของมากองที่พื้นล้นแล้วล้นอีก ทำงานก็ยาก FIFO ก็ยาก ตอนนี้ต้องสร้างหลังคานอกชานเพิ่มแบบฉุกเฉิน เพราะของวางนอกโกดัง และเข้าหน้าฝนแล้ว ไม่มีใครสนใจทำให้ยอดขอคงคลังให้ตรง เสียเงินเสียทองโดยไม่จำเป็น

    การที่ยอดของคงคลังไม่ตรงมีหลายสาเหตุ แต่ส่วนใหญ่มาจากคนไม่มีวินัย ไม่สนใจนับของอย่างจริงจัง ทั้งตอนรับมาจาก Supplier จากการรับคืนจากผลิต และการจ่ายของให้ผลิต ไม่ทำ 5ส ไม่ทำระบบค้นหา หาของไม่เจอ เลยแก้ตัวเลขยอดของคงคลังทันที มีการลักขโมย นับผิด ลงบันทึกผิด ป้อนเข้าคอมฯผิด คลังที่ไม่มีระบบที่ดี On Hand เป็นเรื่องยากที่สุดที่จะทำให้แม่นยำ เพราะถ้ายิ่งมีจำนวนวัสดุมาก และชิ้นใหญ่ๆ ต้องใช้เวลาขนย้าย รวมทั้งพื้นที่ไม่พอ ต้องซุกตรงทางเดิน ตามตรอกตามซอก ยิ่งทำให้ยอดของคงคลังขาดความน่าเชื่อถือเท่านั้น

  2. BOM หรือ Bill of Material หรือ รายการโครงสร้างวัสดุ ไม่เรียกว่าสูตร เพราะการผลิตสินค้าไม่ได้มีเฉพาะตัวสินค้า แต่ยังต้องมี บรรจุภัณฑ์ หรือ Processng aids หรือวัสดุที่ช่วยในการผลิต แต่ไม่ได้อยู่ใน Finished Good หรือสินค้าที่สำเร็จที่พร้อมส่งมอบให้ลูกค้า

    BOM ที่ไม่ตรงกับการใช้งานจริง ก็มีหลายสาเหตุ เช่น ป้อนผิด แผนกวิจัย วิจัยไม่ดี จนได้สูตรไม่ดี ผลิตต้องปรับเปลี่ยนจำนวน และชนิดวัสดุที่ใช้ แล้วไม่แจ้งใคร %Scrap ตั้งน้อยไปมากไป ฯลฯ BOM ทีไม่ตรงกับความจริง จะก่อปัญหาที่มีปริมาณความเสียหายสูงมาก ทำให้ยอดของคงคลังผิดเพี้ยนไปได้มาก และเร็ว ถ้าใช้ระบบตัดยอดของคงคลังโยใช้ BOM ตัดแบบอัตโนมัติ เมื่อป้อนจำนวนสินค้าที่ผลิตได้ แต่ถ้าต้องการจะทำให้ BOM ถูกต้อง กับทำได้ไม่ยาก สามารถทำได้ในระยะเวลาเพียงวันสองวันเท่านั้น

  3. MPS = Master Plan Scheduling หรือ แผนหลักของการผลิต ซึ่งได้มาจาก Demand Plan ที่ได้มาจาก Forcast + Order ของลูกค้า เป็นการยากที่สุดที่ทำให้ MPS แม่นยำ โดยเฉพาะถ้าผลิตแบบ Make to Stock เพราะต้องได้จากการคาดการณ์ความต้องการของสินค้า(forcast) เช่นสินค้าที่เป็นอุปโภค และบริโภค แต่ถ้าใช้ คอมฯ ทำ MRP ก็สามารถทำการคำนวณ และประมวลผลได้ไว ก็จะลดความเบื่อหน่ายของการวางแผนซ้ำ หรือเปลี่ยนแผนได้บ้าง แต่ถ้าแผนกวางแผนกำหนดแผนไปแล้ว ยืนยันไม่เปลี่ยนแผนกระทันหันระหว่างผลิต ก็จะไม่มีปัญหา เรื่องชนิด และจำนวนที่จะต้องใช้ในการผลิตว่าจะขาดแคลน บางโรงงานที่มีแผนฉุกเฉินเป็นประจำ ก็จะใช้วิธีมีจำยอดของคงคลังของวัสดุแต่ละตัวให้สูงหน่อยตลอดเวลา(Safety Stock หรือ Buffer Stock) เพราะเครื่องอาจเสีย Supplier ส่งของไม่ทัน ลูกค้าเปลี่ยนใจกระทันหัน

  4. แต่การที่มี Safety Stock มากไปก็มีผลเสีย เพราะต้องเสียเงินที่ไปจัดซื้อมา เสียพื้นที่ในการเก็บ ของเสียหาย เพราะเก็บไม่ดี หมดอายุเพราะเก็บนาย FIFO ไม่ดี เพราะของมาก คลังเต็ม

MRP มีจุดประสงค์คือจัดซื้อวัสดุให้พอใช้ในการผลิตอย่างพอดี ไม่มากไปไม่น้อยไป ต้องการลดยอดของคงคลังให้ลดลงครับ

http://www.tpa.or.th/tpawbs/viewtopic.php?id=762

One thought on “MRP

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s