ความบันเทิง

ย้อนข่าวบัวชมพูประกาศแต่งงาน

หลังจากที่ post เพลงเพื่อไว้อาลัยให้กับความโสดของบัวชมพู เราก็รู้ว่าแม้จะถูกล้อมรอบด้วยเขา แต่ข่าวสารก็เข้าถึง ผิดกับบางคนที่อยู่ในที่ราบลุ่ม แต่กลับไม่ได้รับข่าวสาร วันนี้จึงไปขุดข่าวที่ออกมาหลายวันก่อนโน้น มา post เพื่อให้หลายๆ คนกระจ่าง

"บัวชมพู" ประกาศสละโสด" บัวชมพู" เตรียมลั่นระฆังวิวาห์กับหนุ่มนักธุรกิจส่งออก ในวันที่ 21 พ.ย. นี้ ณ โรงแรมโอเรียลเต็ล หลังคบหาดูใจกันกว่า 5 ปี เผยฝ่ายชายทุ่มสร้างเรือนหอราคา 50 ล้าน…

วันนี้ (8 ก.ย.) ที่ตึกแกรมมี่ "บัวชมพู ฟอร์ด" นักร้องนักแสดงชื่อดังวัย 28 ปี แถลงข่าวประกาศแต่งงานกับนักธุรกิจหนุ่ม "สมประสงค์ สหวัฒน์" กรรมการบริหารกลุ่มบริษัททวนชัย ส่งออกเฟอร์นิเจอร์ วัย 32 ปี ในวันที่ 21 พ.ย. นี้ ณ โรงแรมโอเรียลเต็ล หลังคบหาดูใจกันมานานกว่า 5 ปี

บัวชมพู เปิดใจด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า วันนี้ตื่นเต้นที่สุดที่พี่ๆ นักข่าวมากันเยอะ พอประกาศแต่งงานคนก็เริ่มมีฟีดแบ็ก แต่เราไม่ได้เพิ่งคุยกันเรื่องนี้ ได้แจ้งให้ทางผู้ใหญ่แกรมมี่ทราบตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว มีการคุยกันเรื่อยมา เพื่อหาช่วงที่เหมาะสมที่สุดเพื่อแจ้งต่อสื่อมวลชน

“ถามว่าทำไมเจ้าบ่าวถึงเป็นคนนี้ ต้องย้อนหลังไปเมื่อ 5 ปีก่อน รู้จักกันผ่านเพื่อนของเพื่อนอีกที เพื่อนก็มาบอกว่ามีคนอยากคุยด้วย พอดีช่วงนั้นโสดค่ะ ก็โอเค มีคุยด้วยก็ไม่เห็นแปลกตรงไหน ก็ได้คุยกันเรื่อยมาโดยไม่เห็นหน้าไม่รู้จัก จนมาเจอกันก็ชวนเพื่อนไปถล่มจะดูว่ามีความกล้าแค่ไหนที่มาจีบเราเป็นคนในวง การก็ต้องมีความกล้าพอสมควร เพราะบัวก็มีรัศมีความโหด ที่คนอาจจะเห็นแล้วไม่กล้าเข้ามาคุย ซึ่งเขาโอเคเป็นคนที่มีความกล้า แต่ไม่ได้มีปิ๊งรักแรกพบนะ ด้วยความที่คุยแล้วเกิดความเข้าใจสบายใจที่คบกันเป็นตัวของตัวเอง ก็คุยกันเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ แต่เขาขอแต่งงานเมื่อไหร่ บัวจำไม่ได้ค่ะ ด้วยความที่คุยเล่นกันตลอด คุยกันเหมือนเพื่อน ก็ตั้งแต่คบกันมาเพิ่งแน่ใจได้ไม่นาน สำหรับบัวนะ มันถึงจุดๆ หนึ่งที่เรามีความมั่นใจก็เลยคิดว่าเป็นคนนี้”

สำหรับเรื่องสินสอด บัวชมพูกล่าวว่า เป็นเรื่องของผู้ใหญ่จัดการ ขณะที่เรือนหอที่ลือกันว่ามีราคา 50 ล้านบาทนั้น เจ้าตัวโบ้ยให้ไปถามฝ่ายชาย

"เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ที่ยังไม่ได้สรุปชัดเจนนะคะ ต้องรออีก 2-3 เดือน เดี๋ยวสรุปเมื่อไหร่ บัวจะให้พี่ๆ ถามเจ้าบ่าวเองนะคะ แต่ฤกษ์หมั้นก็ไปดูที่วัดสระเกศมาค่ะ ส่วนเรื่องพิธีช่วงเช้าคงเป็นพิธีแบบไทยโบราณ ตอนเย็นก็ฉลองปกติ ส่วนเรือนหอไม่แน่ใจตัวเลขที่แน่นอน แต่ตอนนี้กำลังสร้างคิดว่าน่าจะเสร็จทันเดือนพ.ย. นี้ เป็นที่เก่าแต่ปลูกใหม่ อยู่แถวนนทบุรีค่ะ"

พร้อมเผยหลังแต่งเตรียมบินฮันนีมูนมัลดีฟส์ ก่อนผลิตทายาททันที พร้อมย้ำหลังสละโสดไม่ทิ้งวงการบันเทิงแน่นอน.


http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=176183&NewsType=1&Template=1

ระบายอารมณ์

อยู่สูงได้ โดยไม่ต้องเหยียบใคร

ทุกคนอยากเป็นคนดี คนเก่ง มีความสามารถ อยากเป็นคนที่คนอื่นชื่นชม อยากเป็นคนที่ใครๆ พูดถึงในแง่ที่ดี มันเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่ได้รับฟังอย่างนั้น อาจเรียกความรู้สึกนั้นว่า "ปีติ" ถึงแม้ว่าจะเป็นอวิชชาก็ตาม

ปีติ น. ความปลาบปลื้มใจ, ความอิ่มใจ. (ป.; ส. ปฺรีติ).
** โปรดสังเกตว่า เขียนว่า ปีติ ไม่ใช่ ปิติ สระอี ไม่ใช่ สระอิ **

การได้มาซึ่งคำชื่นชมจากผู้อื่นทำได้หลายวิธีทาง บางคนเป็นคนดี คนเก่ง โดยกำเนิด ไม่ต้องกระทำการใดๆ อันเป็นอธรรมชาติ คนรอบข้างก็ชื่นชม ยกย่องให้เป็นคนดี คนเก่ง คนเหล่านี้สมควรได้รับการยกย่องอย่างไม่ต้องมีข้อสงสัย

ในขณะที่คนอีกกลุ่มหนึ่ง หาได้เป็นคนดีมีความสามารถแต่กำเนิดไม่ แต่พยายามทำตัวเองให้ดูดีในสายตาของสังคม จึงได้เสแสร้งแสดงพฤติกรรมอันดูว่าดี แต่ใจจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ อย่างนี้เราเรียกว่า "สร้างภาพ"

ภาพ ในที่นี้มาจากคำว่า ภาพลักษณ์ มิใช่ภาพพจน์

อีกบางพฤติกรรมของคนกลุ่มนี้ คือ การพูดจาปราศรัยให้ผู้อื่นดูแย่ กล่าวคือ พยายามทำให้ตัวเองดูสูง โดยเหยียบผู้อื่นให้อยู่ต่ำกว่าคน ซึ่งผิดกับคนกลุ่มแรก ที่อยู่สูงได้ โดยไม่ต้องเหยียบใคร

หลายคนอาจพูดจาลักษณะเยียบผู้อื่นออกไป เพื่อหวังจะทำให้ตนเองดูดีขึ้น อาจโดยไม่รู้ตัว หรือบางคนอาจตั้งใจ ผู้เขียนหวังว่าบทความนี้จะช่วยกระตุ้นจิตใจของเขา ให้ระลึกได้ และเลิกกระทำสิ่งนั้น สำหรับผู้ที่กระทำเช่นนี้ แต่ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ก็ย่อมถือว่าเป็นบัวในตม รอแต่วันเน่า ไม่มีวันได้ขึ้นจากผิวน้ำมาเบ่งบานได้

ป.ล. ทั้งนี้อาจยกเว้นการหยอกล้อกันฉันท์เพื่อน เพราะถือว่าไม่ได้เจตนาที่จะเยียบผู้ใด เพียงแต่หยอกล้อกันเล่นเท่านั้น

เพลง

ไว้อาลัย

หลังจากที่มีข่าวนักร้องสาวชื่อดัง บัวชมพู ฟอร์ด ประกาศแต่งงาน ทำให้หัวใจใครต่อใครต้องเศร้าสลดไปตามๆ กัน วันนี้ก็เลยอยากจะฝากเพลงเพลงนึงเอาไว้ เพื่อเป็นการไว้อาลัยให้กับความโสดของเธอ เชิญรับชม รับฟังได้เลย (อาจรอโหลดนานหน่อยสำหรับเน็ตอืดๆ)

http://uploadingit.com/design/files/download/820263_cwida/music_player.swf

ข่าวสารและการเมือง

A Leader Who Looms

The pundits laughed at Thaksin, but his economic populism is spreading in Asia, even as he leaves.

In political terms, Thaksin Shinawatra is all but a spent force. Two weeks ago Thailand‘s former prime minister slipped quietly abroad to the safety of his mansions in the United Kingdom, ending expectations that his triumphant January homecoming from exile after his ouster in a bloodless coup in 2006 might presage his return to national politics. Thaksin justified his flight saying the string of corruption and other charges now working their way through the Thai courts "have been prejudged to get rid of me and my family." The self-made billionaire’s surprise exit triggered fierce debates over the validity of the charges he faces, whether Bangkok should pursue extradition and the future of Thaksin’s political machine.

Yet almost nothing has been said about Thaksin’s most enduring legacy: a bottom-up approach to economics with widespread appeal across the developing world. In a bit of shameless self-promotion, Thaksin branded that strategy "Thaksinomics," billing it as a plan to elevate his primary constituency—rural Thais—from poverty. Implemented after he won office back in 2001, Thaksin’s initiatives quickly reversed the devastation wrought by the 1997–98 Asian financial crisis and made Thailand’s fast growth the envy of Southeast Asia. Today, similar schemes are ramping up across developing Asia to address the issues that plagued Thailand in the late 1990s and now threaten the entire region: overdependency on export markets, unequal development at home and yawning rich-poor income gaps.

Critics decried Thaksin’s programs as bald pork-barrel populism, but skeptics quickly became converts as rural debt holidays and village-level business loans energized grass-roots manufacturing and services, and improvements to Thailand’s weak social safety net—particularly the creation of a nearly free system of basic medical care—liberated rural households to save less and spend more. Thaksin called it "dual track" development, building a vibrant local market alongside the export sector, and it worked.

Yes, public debt rose, but the boost in growth and tax revenues more than compensated. Thailand’s economy expanded by nearly 6 percent a year from 2001 to 2006, dependency on foreign investment and exports decreased and the country’s income gap actually narrowed during a period when the distance between the haves and have-nots widened virtually everywhere else in Asia.

The logic of Thaksin’s approach—that access to capital, employment opportunities and basic social services can transform disadvantaged regions into growth engines—is now accepted wisdom. Indonesian President Susilo Bambang Yudhoyono has followed it in his support for poor households hit hardest by a rollback in fuel subsidies. India’s Manmohan Singh has created millions of rural jobs; his ultimate growth goals very much echo Thaksin’s. In the Philippines, President Gloria Macapagal Arroyo once declared, "I am an unabashed disciple of Thaksinomics." And since 2006, when China unveiled a sweeping plan to redirect state investment to create a "new socialist countryside" in the hinterland, Beijing has repealed farm taxes, channeled millions to rural enterprises and otherwise sought to revitalize poor interior provinces (China reportedly sent a team to Thailand to study Thaksinomics back in 2003).

Chinese leaders reaffirmed the importance of what President Hu Jintao calls "harmonious" growth when the National People’s Congress met last March, and in recent weeks Chinese and foreign analysis have suggested that Beijing soon could unveil a massive fiscal stimulus package targeting disadvantaged sectors of the economy.


http://www.newsweek.com/id/154963