ระบายอารมณ์

จะสอบซัมเมอร์แล้ว

เหมือนกาลเวลาเล่นตลกกับเราอีกแล้ว ความรู้สึกเมื่อเริ่มเปิดเรียนซัมเมอร์ยังไม่ทันจางหายไป อีกไม่กี่วันก็ได้เวลาที่จะสอบแล้ว เวลาช่างผ่านไปเร็วเสียจริง ผ่านไปแล้วไม่สามารถย้อนกลับมาด้วยสิ เมื่อสอบเสร็จก็คงได้พักประมาณเดือนนึง ก่อนจะเปิดเทอม ต้องไปผจญกับวิชาหลักต่างๆ คิดแล้วรู้สึกใจหายยิ่งนัก ~

Advertisements
จิปาถะ

ทัศนศึกษา นครสวรรค์

จากการที่ได้ไปทัศนศึกษาที่จังหวัดนครสวรรค์ หลังจากนินทาเพื่อนร่วมเดินทางไปเป็นที่เกือบเรียบร้อยแล้ว คราวนี้ก็มาบอกเล่าในแนวความรู้-วิชาการกันซักหน่อย คราวนี้ไม่ได้เอารูปมาลงด้วย เพราะไม่มีกล้องไปถ่าย แต่เพื่อนถ่ายไว้เยอะเหมือนกัน ถ้าขโมยมาได้ก็จะอัพด้วย

๑. บริษัทในเครือน้ำตาลไทยเอกลัษณ์

โรงงานน้ำตาลเกษตรไทย ถือเป็นโรงงานน้ำตาลที่มีกำลังการผลิตมากที่สุดในประเทศไทย และยังมากที่สุดในโลกอีกด้วย โดยมีกำลังการผลิตถึง 45,000 ตันอ้อย/วัน น้ำตาลไทยเอกลักษณ์ใช้ประโยชน์จากทุกส่วนของอ้อย โดยเริ่มจากการคั้นน้ำอ้อยเพื่อมาทำน้ำตาล กากน้ำตาลที่เหลือสามารถนำมาทำเป็นปุ๋ย และเอธานอลได้ นอกจากนี้ ชานอ้อย ยังสามารถนำมาเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า ใช้ในกระบวนการผลิต และขายคืนให้กับการไฟฟ้า โดยทางบริษัทสามารถผลิตไฟฟ้าและขายให้กับการไฟฟ้าได้ถึง 1 ใน 6 ของกำลังการผลิตไฟฟ้าของเขื่อนสิริกิตติ รวมถึงการนำชานอ้อยมาผลิตเป็นกระดาษ เพื่อช่วยลดการตัดไม้สำหรับการนำมาผลิตกระดาษ การผลิตเอธานอลจากกากน้ำตาลของบริษัท เอกลักษณ์พัฒนา จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทในเครือของน้ำตายไทยเอกลักษณ์ สามารถผลิตเอธานอลได้ 3 เกรด ได้แก่ Industrial alcohol (95% V/V), Extra Neutral alcohol/Portable alcohol (96.5%) และ Fuel alcohol (99.8%)

ด้านการลดต้นทุนการผลิต ทางบริษัทในเครือน้ำตายไทยเอกลักษณ์เน้นการซื้อเครื่องจักรมือสอง แทนที่จะลงทุนซื้อเครื่องจักรมือหนึ่ง โดยให้เหตุผลว่าประหยัดกว่ามาก ทั้งนี้หากเครื่องจักรชนิดใดสามารถสร้างขึ้นเองได้ ก็จะเรียนรู้เทคโนโลยีนั้น แล้วจัดสร้างขึ้นเอง ถือเป็นการเรียนรู้และพัฒนาเทคโนโลยีที่น่าควรนำมาเป็นเยี่ยงอย่าง นอกจากนี้ผู้บริหารยังสามารถดึงศักยภาพของพนักงาน โดยเฉพาะวิศวกรของบริษัทออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ และยังช่วยบริษัทลดต้นทุนการผลิตได้เป็นจำนวนเงินมหาศาล

๒. บึงบอระเพ็ด

บึงบอระเพ็ด เป็นบึงน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีเนื้อที่ 132,737 ไร่ อยู่ในเขตการปกครองของจังหวัดนครสวรรค์ รวม 3 อำเภอ คือ อำเภอเมืองนครสวรรค์ อำเภอชุมแสง และอำเภอท่าตะโก มีพันธุ์สัตว์ที่หายากได้แก่ นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร ปลาเสือตอ ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคมจะมีนกเป็ดน้ำอพยพมาที่บึงแห่งนี้เป็นจำนวนมาก มีการตั้งรางวัลสำหรับคนที่สามารถถ่ายรูปนกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธรได้อีกด้วย

๓. OTOP ตำบล บ้านแก่ง

OTOP ของอำเภอบ้านแก่ง เป็นสินค้าพวกเครื่องปั้นดินเผา เครื่องปั้นดินเผาของอำเภอบ้านแก่งนอกจากจะขายในประเทศแล้ว ยังสามารถส่งออกนำเงินเข้าสู่ประเทศได้เป็นจำนวนมากอีกด้วย การทำเครื่องปั้นดินเผาของที่นี่ ทำกันเป็นอุตสาหกรรม โดยรับทำตามการสั่งทำของพ่อค้าคนกลาง ทั้งนำไปขายยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทย และขายยังต่างประเทศ

๔. ชาวไทยทรงดำ

ชาวไทยทรงดำ เป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศไทยกลุ่มหนึ่ง อพยพมาจากสิบสองจุไท ในประเทศเวียดนามปัจจุบัน มักเรียกกันว่า “ลาวโซ่ง” หรือ “ไทยโซ่ง” แต่ปัจจุบันนิยมเรียกว่า “ไทยทรงดำ” เพราะมีชุดสีดำเป็นเครื่องแต่งกาย ชาวไทยทรงดำพยายามที่จะรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมของตนเองเอาไว้ มีการจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมขึ้น เพื่อเป็นการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมของชาวไทยทรงดำให้ดำรงอยู่ต่อไป โดยเฉพาะเรื่องของการแต่งกาย เพื่อไม่ให้ถูกกลืนไปกับวัฒนธรรมสมัยใหม่

๕. พิพิธภัณฑ์จันเสน

พิพิธภัณฑ์สันเสน เกิดจากความคิดของ พระครูนิสัยจ-ริยคุณ หรือหลวงพ่อโอด โดยอาศัยความร่วมมือของคนในชุมชน ใช้เงินทุนจากท้องถิ่น ไม่ต้องพึ่งพาอาศัยงบประมาณจากรัฐบาล พิพิธภัณฑ์สันเสน เป็นส่วนหนึ่งของมณฑป ซึ่งประกอบด้วยสามส่วน ได้แก่ ส่วนยอดของมณฑปเจดีย์เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ, องค์เรือนธาตุประดิษฐาน "หลวงพ่อนาค" ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางนาคปรก และในส่วนของพิพิธภัณฑ์อยู่ส่วนฐานขององค์มณฑปเจดีย์ ภายในพิพิธภัณฑ์แสดงประวัติความเป็นมาของเมืองโบราณเก่าแก่ เริ่มตั้แต่การค้นพบจากภาพถ่ายทางอากาศ ซากกระดูก และข้าวของเครื่องใช้ที่ขุดพบในบริเวณดังกล่าว

เรื่องราวชีวิต

นินทากาเลเหมือนเทน้ำ

เสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา เราได้ไปทริปนครสวรรค์ในวิชา National Resources ก็มีเรื่องจะมาเขียนให้ได้อ่านกัน แต่จะเขียนเรื่องความสาระ-รู้ที่ได้ประสบพบเห็นคงจะวิชาการเกินกว่าจะทนอ่านกันได้ ดังนั้น … เรามานินทาเพื่อร่วมเดินทางกันดีกว่า อิอิ

เราไม่ได้นินทาใครเรื่อยเปื่อยหรอกนะ เราขอเจาะลงเฉพาะเลย เพราะหมั่นไส้มากมาย คนที่เราจะพูดถึงนี้คือ ผู้หญิงกลุ่มหนึ่ง นั่งอยู่แถวหลังเรา ตั้งแต่ขึ้นรถ เค้าก็คุยกันไม่หยุด จะหยุดคุยก็ต่อเมื่อหลับ สร้างเสียงรำคาญโสตประสาทเราเหลือเกิน เรื่องที่คุยกันน่ะเหรอ มีเรื่องผู้ชายบ้างล่ะ เมนมาตอนอายุเท่าไหร่บ้างล่ะ แล้วยังโชว์พาวเล่าเรื่องไปโน่นไปนี่ ไปเรียนเต้น ฟิตเนส โอ้แม่เจ้า หล่อนช่างไฮโซเหลือเกิน – -”

ระหว่างการเดินทาง เหล่าพวกเธอบ่นตลอด อยากกลับบ้านม่างล่ะ ร้อนม่างล่ะ ไฮโซก็อย่างงี้ ทนไม่ได้

พวกเธอนอกจากทำตัวไฮโซแล้ว ยังแสดงความสนใจต่อการเรียน ด้วยการถือสมุดดินสอจดไปเรื่อย เรียกได้ว่าเป็นกลุ่มเดียวที่ถือสมุดไปจดทุกเรื่องราวที่เดินทาง สงสัยกว่ากะเอา A วิชานี้แน่นอน

ผมได้มารู้ว่าเธออยู่คณะทันตแพทย์ เพราะพวกเธอเมาท์กันว่า เธอต้องโดนคนไข้ฟ้องแน่เลย เพราะเธอจะต้องเผลอลืมเครื่องมือไว้ในปากคนไข้ – -‘

หลังจากหมดสองวันที่นครสวรรค์ รถได้มาส่งพวกเราที่ถนนพญาไทย ฝั่งคณะวิทยาศาสตร์ ใกล้ๆ ป้ายรถเมล์อุโมงค์ ผมได้ไปยืนคอยรถเมล์เพื่อจะกลับบ้าน ผู้หญิงหนึ่งในสามไฮโซที่ได้เล่าไปข้างต้น เธอเดินมาคอยแม่เธอมารับ เธอคุยโทรศัพท์กับแม่เธอ … แม่เธอจอดรถคอยอยู่ที่คณะบัญชี เธอตอบกลับแม่เธอไปว่าเธอไม่รู้ ว่าตอนนี้ เธอกำลังยืนอยู่ที่ไหน – -‘ โอ้แม่เจ้า เธอต้องเรียนในจุฬาฯ มาอย่างน้อยหนึ่งปีแหละ แต่เธอกลับไม่รู้ว่าเธออยู่ป้ายรถเมล์ไปนบนถนนพญาไท เธอคุยกับแม่เธออยู่นาน จนต้องเดินมาถามผมว่า ที่นี่ที่ไหน ด้วยความมีน้ำใจและเวทนา จึงชี้ไปด้านนึง และบอกว่า คณะวิทยาศาสตร์ แล้วชี้ไปอีกด้าน บอกว่าคณะนิเทศศาสตร์ จากนั้นชี้ไปอีกทางบอกว่า บัญชีอยู่ทางโน้น

ไม่รู้ว่าเธอกำลังมึนหรืออย่างไรมิทราบ แต่เธอไม่รู้ว่าเธอกำลังอยู่ป้ายรถเมล์ไปนบนถนนพญาไท ทั้งๆ ที่เธอเรียนจุฬาฯ มาอย่างน้อยหนึ่งปี ที่ว่าอย่างน้อยหนึ่งปีเพราะนี่เป็นภาคฤดูร้อน คนที่จะเรียนวิชานี้ ไม่เป็นนิสิตปีหนึ่งที่จะขึ้นปีสอง ก็เป็นปีสองที่จะขึ้นปีสาม หรือมากกว่านี้ ดั้งนั้น อย่างน้อยหนึ่งปีเต็มๆ แน่นอน !!

จบไว้ตรงนี้ดีกว่า ไม่อยากนินทาต่อแล้ว จริงๆ ยังมีเรื่องที่พวกเธอคุยกันแล้วแว่วมาเข้าหูเราอีกมากมาย แต่แค่นี้ก็ยาวจนหลายคนขี้เกียจอ่านกันแล้วล่ะ เอาไว้เก็บเป็นเรื่องเล่าฮาๆ ไว้คุยกับเพื่อนดีกว่า

สุขภาพและความสุขสมบูรณ์

สมุนไพร และแพทย์ทางเลือก

ประเทศไทยเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในเขตร้อน จึงมีความหลากหลายทางชีวภาพมาก พืชหลากหลายสายพันธุ์มีสรรพคุณเป็นยา สามารถใช้บำรุงร่างกาย และรักษาโรคได้ คนไทยโบราณซึ่งอยู่กินกับธรรมชาติ จึงได้อาศัยความสามารถของพืชเหล่านี้ในการรักษาผู้คนที่เจ็บป่วย และใช้ในชีวิตประจำวัน

สมุนไพร

สมุนไพร หมายถึง พืชที่นำมาใช้เป็นยา อาจใช้ในการส่งเสริมสุขภาพ หรือรักษาโรคก็ได้ การใช้สมุนไพรสำหรับรักษาโรค หรืออาการเจ็บป่วยต่างๆ นี้ จะต้องนำเอาสมุนไพรตั้งแต่สองชนิดขึ้นไปมาผสมรวมกันซึ่งจะเรียกว่า "ยา" ในตำรับยา นอกจากพืชสมุนไพรแล้วยังอาจประกอบด้วยสัตว์และแร่ธาตุอีกด้วย เราเรียกพืช สัตว์ หรือแร่ธาตุที่เป็นส่วนประกอบของยานี้ว่า "เภสัชวัตถุ"

ปัจจุบันมีผู้พยายามศึกษาค้นคว้าเพื่อพัฒนายาสมุนไพรให้สามารถนำมาใช้ในรูปแบบที่สะดวกยิ่งขึ้น เช่น นำมาบดเป็นผงบรรจุแคปซูล ตอกเป็นยาเม็ด เตรียมเป็นครีมหรือยาขี้ผึ้งเพื่อใช้ทาภายนอก เป็นต้น ในการศึกษาวิจัยเพื่อนำสมุนไพรมาใช้เป็นยาแผนปัจจุบันนั้น ได้มีการวิจัยอย่างกว้างขวาง โดยพยายามสกัดสาระสำคัญจากสมุนไพรเพื่อให้ได้สารที่บริสุทธิ์ ศึกษาคุณสมบัติทางด้านเคมี ฟิสิกส์ของสารเพื่อให้ทราบว่าเป็นสารชนิดใด ตรวจสอบฤทธิ์ด้านเภสัชวิทยาในสัตว์ทดลองเพื่อให้ได้ผลดีในการรักษาโรคหรือไม่เพียงใด ศึกษาความเป็นพิษและผลข้างเคียง เมื่อพบว่าสารชนิดใดให้ผลในการรักษาที่ดี โดยไม่มีพิษหรือมีพิษข้างเคียงน้อยจึงนำสารนั้นมาเตรียมเป็นยารูปแบบที่เหมาะสมเพื่อทดลองใช้ต่อไป

ตัวอย่างวิธีการปรุงยาสมุนไพร
  1. ปรุงโดยการต้ม
  2. ปรุงโดยวิธีการกลั่น
  3. ปรุงโดยการดอง
  4. ปรุงโดยวิธีสะตุ
  5. ปรุงโดยวิธีเคี่ยว (การต้มจนงวด กลายเป็นน้ำมัน หรือไข เพื่อใช้ทาหรือนวด)
  6. ปรุงโดยวิธีการตำ
  7. ปรุงโดยการบดให้เป็นผง แล้วปั้นเป็นก้อน
  8. ปรุงโดยการนึ่ง
  9. ปรุงโดยวิธีมวน สูบแก้ริดสีดวงจมูก
  10. ปรุงโดยวิธีฝน แล้วทาหรือกิน
  11. ปรุงโดยวิธีเผา หรือคั่ว

ตัวอย่างยาสมุนไพร

ตัวอย่างสมุนไพรต่อไปนี้ เป็นสมุนไพรที่พบเห็นกันบ่อยในประเทศไทย

ว่านหางจระเข้ (Aloe indica Royal)
image

คุณค่าของว่านหางจระเข้มีมากมาย นอกจากใช้รักษาโรคแล้ว ยังใช้บำรุงผิว และเส้นผมได้ด้วย ว่านหางจระเข้ มีคุณสมบัติสามารถช่วยให้กระบวนการเมตะโบลิซึม ทำงานได้เป็นปกติ ลดการติดเชื้อ สลายพิษของเชื้อโรค กระตุ้นการเกิดใหม่ ของเนื้อเยื่อส่วนที่ชำรุด ว่านหางจระเข้มีส่วนช่วย ให้ผิวพรรณผุดผ่อง สดชื่น มีน้ำมีนวล และยังสามารถขจัดสิว และลบรอยจุดด่างดำได้ด้วย

การใช้ว่านหางจระเข้ เพื่อบำรุงผิว โดยปอกเปลือกออก ใช้แต่เมือกวุ้นสีขาวใส ที่อยู่ภายใน ทั้งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการแพ้ ก่อนใช้ควรตรวจสอบว่า ตนเองจะเกิดอาการแพ้หรือไม่ โดยใช้น้ำที่ได้จากวุ้นสีขาว ของว่านหางจระเข้ ทาตรงบริเวณโคนหู แล้วทิ้งไว้สักครู่ ถ้าเกิดการระคายเคืองเป็นผื่นแดง แสดงว่าแพ้ ไม่เหมาะที่จะใช้อีกต่อไป ถ้าไม่มีอาการแพ้ ก็สามารถใช้ได้ตลอด แต่บางคนก็จะเห็นผลได้เหมือนกัน เมื่อใช้ว่านหางจระเข้ทาบริเวณหัวสิว จะทำให้หัวสิวแห้งเร็ว นอกจากนี้ ว่านหางจระเข้ยังสามารถลดความแห้งกร้าน และลดความมันของผิวหน้าได้ โดยคนที่มีผิวมัน ก็จะช่วยให้ลดความมัน คนที่มีผิวหน้าแห้ง ก็ยังรักษาความชุ่มชื่นของผิวไว้ได้

กะเพรา (hot basil)
image

กะเพรามี 3 พันธุ์ คือ กะเพราแดง กะเพราขาวและกะเพราลูกผสมระหว่างกะเพราแดงและกะเพราขาว กะเพรามีลักษณะทั่วไปคล้ายโหระพา ต่างกันที่มีกลิ่นและกิ่งก้านซึ่งมีขนปกคลุมมากกว่า ใบกะเพราขาวมีสีเขียวอ่อน ส่วนใบกะเพราแดงมีสีเขียวแกมม่วงแดง ดอกย่อยสีชมพูแกมม่วง ดอกกะเพราแดงมีสีเข้มกว่ากะเพราขาว

ใบหรือทั้งต้นใช้เป็นยาขับลมแก้ปวดท้อง ท้องเสีย และคลื่นไส้อาเจียน นิยมใช้กะเพราแดงมากกว่ากะเพราขาว โดยใช้ยอดสด 1 กำมือ ต้มพอเดือด ดื่มเฉพาะส่วนน้ำ พบว่าฤทธิ์ขับลมเกิดจากน้ำมันหอมระเหย การทดลองในสัตว์ แสดงว่าน้ำสกัดทั้งต้นมีฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้ สารสกัดแอลกอฮอล์สามารถรักษาแผลในกระเพาะอาหาร สาร eugenol ในใบมีฤทธิ์ขับน้ำดี ช่วยย่อยไขมันและลดอาการจุกเสียด

ข่า (galangal)
image

ข่าเป็นไม้ล้มลุก สูง 1.5-2 เมตร เหง้ามีข้อและปล้องชัดเจนใบ เดี่ยว เรียงสลับ รูปใบหอก รูปวงรีหรือเกือบขอบขนาน กว้าง7-9 ซม. ยาว 20-40 ซม. ดอกช่อ ออกที่ยอด ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาว โคนติดกันเป็นหลอดสั้นๆ ปลายแยกเป็น 3 กลีบ กลีบใหญ่ที่สุดมีริ้วสีแดง ใบประดับรูปไข่ ผลเป็นผลแห้งแตกได้ รูปกลม

ใช้เหง้าอ่อนต้มเอาน้ำดื่ม บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และขับลม เหง้าสดตำผสมกับเหล้าโรง และยังใช้ทารักษาโรคผิวหนังที่เกิดจากจากเชื้อรา เช่น กลาก เกลื้อน สารที่ออกฤทธิ์คือน้ำมันหอมระเหย และ 1’-acetoxychavicol acetate ข่าไม่มีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ และไม่เป็นพิษในขนาดยา 250 เท่าของขนาดที่ใช้ในตำรายาไทย จัดเป็นสมุนไพรที่ปลอดภัย

ขิง (Ginger)
image

ขิงเป็นไม้ล้มลุกสูง 0.3-1 เมตร มีเหง้าใต้ดิน เปลือกนอกสีน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อในมีสีนวล และมีกลิ่นเฉพาะ ขิงใช้วิธีแทงหน่อหรือลำต้นเทียมเช่นเดียวกับไพล มีใบเดี่ยวเรียงสลับรูปขอบขนานแกมใบหอกกว้าง 1.5 – 2 ซม. ยาว 15 – 20 ซม. ดอกช่อแทงออกจากเหง้า กลีบดอกสีเหลืองแกมเขียว ใบประดับสีเขียวอ่อน ผลเป็นผลแห้ง มี 3 พู

เหง้าขิงแก่ทั้งสดและแห้ง ใช้เป็นยาขับลม แก้อาเจียนแก้ไอขับเสมหะ และขับเหงื่อโดยใช้เหง้าสดขนาดนิ้วหัวแม่มือต้มกับน้ำหรือใช้ผงขิงแห้งชงน้ำดื่ม จากการทดลองกับอาสาสมัคร 36 คนพบว่าผงขิงป้องกันการเมารถเมาเรือได้ดีกว่ายาแผนปัจจุบัน (dimenhydrinate) ในเหง้ามีน้ำมันหอมระเหยประกอบด้วย menthol, bornelo, fenchone, 6-shogoal และ6-gingerol menthol, มีฤทธิ์ขับลม borneol, fenchone และ 6-gingerol มีฤทธิ์ขับน้ำดี ช่วยย่อยไขมันนอกจากนี้พบว่าสารที่มีรสเผ็ดได้แก่, 6-shogoal และ6-gingerol ลดการบีบตัวของลำไส้ จึงช่วยบรรเทาอาการปวดท้องเกร็ง

การประยุกต์ใช้สมุนไพร

สมุนไพรสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้หลายวิธี ทั้งใช้เป็นยาโดยตรง ใช้เป็นส่วนประกอบในอาหาร หรือแม้กระทั่งนำมาทำเป็นเครื่องดื่ม แต่ในที่นี้ขอยกตัวอย่างการทำน้ำขิงสด

น้ำขิงสด
image
ส่วนผสม
  1. ขิงสด 250 กรัม (ใช้ขิงแก่)
  2. น้ำ 1 กิโลกรัม
  3. น้ำตาลทราย 200 กรัม

วิธีทำ

  1. ล้างขิงให้สะอาด ทุบขิงพอแตก
  2. ตั้งน้ำให้เดือด ใส่ขิงลงต้ม5 นาที
  3. เติมน้ำตาลทราย คนให้น้ำตาลละลาย แล้วกรอง

แพทย์ทางเลือก

การแพทย์ทางเลือก หมายถึง การรักษาโรคหรือความเจ็บป่วยด้วยวิธีการอื่นใดที่มีขั้นตอนการปฏิบัตินอกเหนือไปจากที่ได้รับการยอมรับในวงการวิทยาศาสตร์การแพทย์แพทย์ทางเลือก หรือเรียกกันอีกอย่างว่าแพทย์แผนโบราณ เป็นศาสตร์ที่เกิดจากประเทศทางตะวันออก (ประเทศในทวีปเอเชีย) ตัวอย่างของแพทย์ทางเลือก เช่น โยคะ, การฝังเข็ม, ชีวจิต, การกดจุดรักษา, การกดจุดฝ่าเท้า, การนวด, ธรรมชาติบำบัด, การบำบัดด้วยน้ำมันหอม, การอดอาหาร, วารีบำบัด, สมุนไพรบำบัด, การสะกดจิต, การทำสมาธิ เป็นต้น

การรักษาด้วยแพทย์ทางเลือกสามารถทำได้สองแนวทาง คือ

  1. รักษาควบคู่ไปกับการรักษาแบบแผนปัจจุบัน
  2. การรักษาด้วยแพทย์ทางเลือกเพียงอย่างเดียว

แม้ว่าแพทย์ทางเลือกจะมีหลายสาขาซึ่งต่างกันออกไป แต่ก็มีหลักการบางอย่าง ที่เหมือนกัน นั่นก็คือ

  1. ร่างกายสามารถที่รักษาตัวเอง เมื่อเป็นหวัดมีไข้ปวดตามตัว ไม่จำเป็นต้องใช้ยาลดไข้ แต่ให้หาวิธีที่จะกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายมาจัดการกับเชื้อโรค
  2. การป้องกันเป็นวิธีที่ดี แพทย์ทางเลือกมักจะเน้นเรื่องการป้องกันโรคมากกว่าการรักษา
  3. เรียนรู้และร่วมกันรักษา แพทย์ทางเลือกมักจะศึกษาร่วมกับผู้ป่วยเพื่อหาทางรักษาตามความต้องผู้ป่วย
image
image

เอกสารอ้างอิง

เชษฐา ใจใส. เคล็ดลับการแปรรูป น้ำผลไม้ – น้ำสมุนไพรให้มีคุณภาพ. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ : มติชน, ๒๕๔๗.

พระครูวินัยธร ธรากร อตตสาโร. ตำรายาสมุนไพร.

http://www.samunpri.com/ ๒๕ เมษายน ๒๕๕๑

http://www.siamhealth.net/ ๒๕ เมษายน ๒๕๕๑

ความบันเทิง

ใจของฉัน (ให้เธอเท่านั้น)

เพลงนี้เป็นเพลงที่เราชอบมากเพลงนึงเลย ร้องได้ตั้งแต่เด็ก เป็นเพราะเราชอบดูละครเรื่องนี้ด้วยแหละ ทำไมถึงชอบดูน่ะเหรอ เราจำไม่ได้หรอกว่าเรื่องราวเป็นยังไง จำได้แต่นางเอกน่ารักมาก ^^ จริงป้ะ เราว่า นุก สุทธิดา เนี่ย เป็นผู้หญิงที่ดูดีมากๆ คนนึงเลยนะ ใครจะว่าไงไม่รู้ล่ะ อิอิ

ไม่มีหมวดหมู่

ชีวิตช่วงสงกรานต์ 2551

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์ปี 2551 แต่ทางคณะรัฐมนตรีได้ประกาศให้พรุ่งนี้เป็นวันหยุดอีกวัน จึงไม่ต้องไปเรียน …

วันศุกร์ต้องส่งรายงานวิชา National Resources … วิชานี้ขอบอกว่าอาจารย์ที่สั่งงานพูดไม่รู้เรื่องเป็นที่สุด อาจารย์เป็นผู้มีความสามารถพิเศษ สามารถทำให้นิสิตทั้งห้องเข้าใจงานได้อย่างผิดๆ ช่างเป็นอะไรที่น่าทึ่งเสียจริง …

วันพฤหัสฯ กะว่าจะไปสอนพิเศษ ซึ่งแต่เดิมกะว่าจะไปสอนช่วงสงกรานต์ แต่ไม่อยากออกจากบ้าน เพราะกลัวเปียก …

ช่วงนี้อากาศร้อนจริงๆ อาบน้ำไม่ต่ำกว่าวันละสี่รอบ … เช้าตื่นมาหนึ่งรอบ … บ่ายๆ หนึ่งรอบ … ค่ำๆ หนึ่งรอบ … ก่อนนอนอีกซักรอบ … เป็นอย่างต่ำ – -”

แม่บอกว่าถ้าปีสามเกรดต่ำลงจะยึดโน้ตบุ๊ค เพราะแม่จะคิดซะว่าเอาไปเล่นเกม – -” แต่ได้พยายามบอกแม่แล้วว่า ต่อให้ไม่เล่นเกม … ก็ไม่อ่านหนังสือหรอก … แม่ก็ยังยืนยันคำเดิม …

09779_001

09779_002

09779_003

เรื่องราวชีวิต

งานมากมาย

ช่วงนี้ห่างหายจากการอัพสเปซไปนาน (นานกว่าปกติ) ก็ไม่ได้หายหน้าหายตาไปไหน ยังอยู่ที่เดิม แต่ที่ต่างไปคือมีอะไรให้ทำมากขึ้น ไม่ว่างเหมือนก่อนหน้านี้

  • เรียนซัมเมอร์ + การบ้านซัมเมอร์
  • รับจ้างตอบกระทู้ในเว็บแห่งหนึ่ง
  • รับจ้างสอนพิเศษเด็กคนหนึ่ง

เพียงแค่นี้ก็ดูดเวลาไปเกือบจะหมดละ – -”  

เมื่อคืนมีบอล UEFA Champions League รอบ 8 ทีม … เนื่องจากมีเรียนซัมเมอร์ก็เลยไม่ได้ดู แต่ก็ขอแสดงความยินดีกับเหล่าสาวกปีศาจแดง ที่เอาชนะโรม่า ผ่านเข้ารอบไปเจอกับกระดูกชิ้นโตอย่างบาร์เซโลน่า (คาดว่าไม่น่าผ่านไปได้)

สุขภาพและความสุขสมบูรณ์

ปี 51 มะเร็งเต้านมพุ่งอันดับ 1

จากการที่เคยอัพเรื่องเกี่ยวกับมะเร็งเต้านมไปบทความนึง ซึ่งกล่าวถึงการใส่บรากับโอกาสของการเกิดมะเร็งเต้านม วันนี้เจออีกหนึ่งข่าวที่น่าสนใจเกี่ยวกับปัญหามะเร็งเต้มนมน้ำมาให้อ่านกัน จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

คาดปี​51 “​มะ​เร็งเต้านม​” ​พุ่งขึ้นอันดับ​ 1

ที่​โรงแรมมิรา​เคิล​ ​นพ​.​ชาตรี​ ​บานชื่น​ ​อธิบดีกรมการแพทย์​ ​กระทรวงสาธารณสุข​ ​กล่าวเปิดการประชุมโครงการรวมพลังรณรงค์มะ​เร็งเต้านม​ ​ตอนหนึ่งว่า​ โรคมะ​เร็ง​เป็น​สา​เหตุของการตายอันดับหนึ่งของประ​เทศไทย​ ​โดย​โรคมะ​เร็งเต้านมพบ​เป็น​อันดับ​ 2 ​ของสตรี​ไทย​ ​และ​มี​แนวโน้มเพิ่มมากขึ้น​ ​กำ​ลัง​จะ​แซงมะ​เร็งปากมดลูกขึ้นมา​เป็น​อันดับ​ 1 ​ส่วน​หนึ่งคง​เป็น​เพราะ​ปัญหามะ​เร็งเต้านม​ยัง​ไม่​ทราบสา​เหตุที่​แท้จริงว่า​เกิด​จาก​อะ​ไร​ ​จึง​ยากที่​จะ​ป้อง​กัน​ ​ดัง​นั้น​กระทรวงสาธารณสุข​จึง​ได้​มีการรณรงค์​ให้​สตรี​ไทยตรวจเต้านม​ด้วย​ตนเอง​ ​โดย​ให้​อาสาสมัครสาธารณสุข​ (อสม​.) ​เป็น​ผู้​แนะนำ​ ​หากพบ​ผู้​ต้อง​สงสัยที่มีก้อนที่​เ​ต้านม​จะ​ถูกส่ง​เข้า​สู่กระบวนการรักษา​ ​ซึ่ง​คาดว่า​จะ​มีมากมายหลาย​เท่า​ตัว​ ​อย่างไรก็ตาม​ถ้า​สามารถ​พบ​ได้​ตั้งแต่ระยะ​เริ่มแรก​สามารถ​รักษา​ให้​หาย​ได้

ด้าน​ ​นพ​.​ธีรวุฒิ​ ​คูหะ​เปรมะ​ ​ผอ​.​สถาบันมะ​เร็งแห่งชาติ​ ​กล่าวว่า​ ​จาก​สถิติของสถาบันมะ​เร็งแห่งชาติพบว่าปี​ 2542 ​พบ​ผู้​ป่วยมะ​เร็งเต้านมราย​ใหม่​ 5,854 ​ราย​ ​หรือ​คิด​เป็น​ 20.5 ​ต่อแสนประชากร​ ​และ​ใน​ปี​ 2551 ​คาดการณ์ว่า​จะ​มี​ผู้​ป่วยราย​ใหม่​ 12,775 ​ราย​ ​ซึ่ง​มากกว่ามะ​เร็งปากมดลูก​ใน​ปี​เดียว​กัน​ที่คาดการณ์ว่า​จะ​มี​เพียง​ 9,747 ​ราย​ ​และ​มะ​เร็งเต้านม​จะ​กลาย​เป็น​มะ​เร็งอันดับ​ 1 ​ใน​สตรี​ไทย

ผอ​.​สถาบันมะ​เร็งแห่งชาติ​ ​กล่าวต่อว่า​ ​มะ​เร็งเต้านม​ใน​ประ​เทศไทยเริ่มพบมาก​ใน​สตรีอายุ​ 35 ​ปีขึ้นไป​ ​และ​พบสูงสุด​ใน​อายุ​ 45 ​ปี​ ​โดย​มะ​เร็งเต้านมที่พบเกือบ​ 50% ​อยู่​ใน​ระยะที่มีการกระจาย​ใน​ต่อน้ำ​เหลือง​แล้ว​ ​ทั้ง​นี้กรุงเทพฯ​เป็น​จังหวัดที่พบมะ​เร็งเต้านมมากที่สุด​ ​โดย​เขตที่พบมากคือ​ ​เขตพระ​โขนงพบประมาณ​ 80 ​ต่อแสนประชากร​ ​สา​เหตุน่า​จะ​มา​จาก​การพฤติกรรมการ​ใช้​ชีวิตของสังคมเมือง​ ​หรือ​ไสฟ์สไตล์ที่รับประทานอาหารที่มี​ไขมันสูง​ ​สูบบุหรี่​ ​ขาดการออกกำ​ลังกาย​ ​ดัง​นั้น​การป้อง​กัน​ที่ดีที่สุด​ ​คือ​ ​สุภาพสตรีควรหมั่นตรวจเต้านม​ด้วย​ตนเอง​ ​หากพบก้อนควรรีบไปปรึกษา​แพทย์​ ​หรือ​ใน​กรณีสตรีวัยห​​มดประจำ​เดือน​แล้ว​หากน้ำ​หนักเพิ่มขึ้น​โดย​ไม่​ทราบสา​เหตุ​ ​ควรรีบไปปรึกษา​แพทย์​เช่น​กัน​.

อ่านจบแล้วลองพิจารณาดูนะ ว่าควรโนบราเหมือนที่เคยแนะนำไปรึเปล่า 55555555