ตับอักเสบจากไวรัส

โรคตับอักเสบ​เป็น​โรคที่มีมานาน​แล้ว​ ​และ​เป็น​โรคตับที่มีการติดเชื่อ​จาก​ไวรัส​ ​ทำ​ให้​เกิดการอักเสบ​และ​เสียหน้าที่ชั่วคราว​ ​ปกติตับ​จะ​มีหน้าที่หลายอย่าง​ ​เป็น​ต้นว่าสร้างน้ำ​ดี​ ​ขจัดสารพิษที่​เรารับประทา​เข้า​ไป​จาก​อาหาร​ ​ยา​และ​สารเคมีทุกอย่าง​และ​ยัง​ทำ​หน้าที่​เกี่ยว​กับ​การสังเคราะห์​ไกล​โคเจน​ ​และ​สลาย​เป็น​กลู​โคส​ ​ฯลฯ​ ​เพราะ​ฉะ​นั้น​เมื่อมีการอักเสบ​จึง​ทำ​ให้​หน้าที่​เดิมของตับหยุดชะงัก​ ​จึง​เกิด​เป็น​กลุ่มอาการต่างๆ​ ​ที่​แสดงออกทางร่างกาย​ ​ซึ่ง​เป็น​อันตราย​ถึง​ชีวิต​ได้​ ​ถ้า​ไม่​ดู​แล​ใกล้​ชิด​และ​รักษาตัว​ให้​ดี​เป็น​พิ​เศษ

แต่​โรคตับอักเสบชนิดที่​เป็น​ข่าว​ให้​แตกตื่น​นั้น​ ​เป็น​ไวรัสชนิดบี​ ​เป็น​ชนิดที่ร้ายแรงกว่าชนิด​อื่น​ ​และ​มัก​จะ​ดำ​เนินต่อไป​เป็น​ตับอักเสบเรื้อรัง​ ​สถิติที่​จะ​เป็น​สา​เหตุของมะ​เร็งตับอีก​ด้วย​ ​ถึง​แม้บางราย​จะ​หาย​จาก​อาการโรคก็​ยัง​สามารถ​เป็น​พาหะที่จแพร่กระจายติดต่อของโรคไป​ยัง​ผู้​อื่น​อีก​เป็น​จำ​นวนมาก

ลักษณะอาการของโรคที่สังเกตเห็น​และ​จาก​การตรวจ​โดย​แพทย์​ ​โดย​เฉพาะพวกไวรัสบี​ ​ภายหลัง​จาก​ผู้​ป่วย​ได้​รับเชื้อ​แล้ว​ระยะฟักตัวของโรค​จะ​ยาวนานกว่าชนิด​อื่น​ ​เมื่อเชื้อ​เข้า​ไป​จะ​ทำ​ให้​เซลล์ของตับเกิดการอักเสบ​ ​อาจ​จะ​ทำ​ให้​มี​ไข้คล้าย​เป็น​ไข้หวัด​ใหญ่​ ​ปวดเมื่อย​ ​จึง​อาจทำ​ให้​แพทย์ตามคลินิกวินิจฉัยพลาดไปบ้างก็มี​ ​จะ​วินิจฉัยชัดเจนขึ้น​จะ​ต้อง​มี​ไข้สูง​และ​ปวดเจ็บบริ​เวณขายโครงขวา​ ​บริ​เวณที่​อยู่​ของตับ​ ​จุกเสียด​ ​แน่นท้อง​ ​คลื่นไส้อา​เจียน​ ​อ่อนเพลียมาก​ ​เบื่ออาหาร​ ​ปัสสาวะสี​เหลืองเข้ม​ ​ตา​เหลือง​ ​ตัวเหลืองขึ้น​ ​มัก​จะ​เกิดภายหลัง​จาก​ไข้ลด​ ​หรือ​รุนแรงขึ้น​ ​อาจมี​ไข้สูง​ ​การตรวดเลือดดูหน้าที่ของตับ​จะ​บอก​ได้​ ​แต่​แยกชนิดไวรัส​ไม่​ได้​ ​จะ​ต้อง​เจาะน้ำ​เหลืองเพื่อแยกชนิด​ ​ซึ่ง​จะ​ทำ​ได้​เฉพาะ​ใน​โรงพยาบาล​เท่า​นั้น​ ​ที่มัก​จะ​ใช้​กัน​คือ​ ​เจาะหา​เชื้อที่​เรียกว่า​ไวรัสบี​เซอร์​เฟสแอนติ​เจน​ ​เขียนย่อว่า​ ถ้า​หากผล​เป็น​บวกก็บอกว่า​เป็น​ไวรัสบี​ ​และ​ยัง​มีตัว​อื่น​ที่​ใช้​กัน​ ​คือ​ HBe Ag HBc Ag เป็น​ต้น
จะ​เป็น​โรคตับอักเสบ​จาก​ไวรัสชนิด​ใด​ก็ตาม​ ​ความ​จริง​ยัง​ไม่​มียารักษา​โดย​ตรง​ ​เพียงแต่​ให้​ผู้​ป่วยพักฟื้น​ให้​มาก​ ​ถ้า​ผู้​ป่วยที่กำ​ลัง​เป็น​อย่างเฉียบพลัน​ ​ต้อง​ให้​พัก​ใน​โรงพยาบาล​ ​ห้ามออกกำ​ลังกาย​ ​ห้ามอาหารไขมน​และ​โปรตีน​ ​หรือ​ยา​ ​สารเคมี​ ​แอลกอฮอล์​ ​เพื่อ​ให้​ตับทำ​งานน้อยลง​ ​แต่​เพิ่มแคลอรี่​โดย​การ​ให้​กลู​โคสแทน​ ​จะ​เป็น​ใน​รูปของการ​ให้​ทางเส้นเลือด​ ​หรือ​กินทางปาก​ ​ต้อง​ให้​วิตามินบีรวมมากๆ​ ​ยา​แก้ปวดชนิดพารา​เซทตามอน​ต้อง​ห้ามอย่างเด็ดขาด​ ​ต้อง​พยายามเพิ่ม​ความ​ต้านทาน​ให้​ผู้​ป่วยแข็งแรง​ไว้​
เมื่ออาการต่างๆ​ ​ดีขึ้น​ ​รวม​ทั้ง​การเจาะ​เลือดดูหน้าที่ของตับกลับสู่ปกติ​ ​ยัง​ควรพักฟื้น​โดย​ห้ามโหมออกกำ​ลังกายไปอีก​ 6 ​เดือน

ใน​สมัยก่อนปี​ ​ค​.​ศ​.1960 ​เรา​ยัง​ไม่​มี​ความ​รู้​เกี่ยว​กับ​ไวรัสบีมากนัก

ภายหลังปี​ ​ค​.​ศ​.1984 ​มีการประชุมแพทย์​เกี่ยว​กับ​โรคตับอักเสบไวรัสบีที่ซานฟรานซิสโก​ ​ซึ่ง​แยก​จาก​ชนิดเอ​ ​และ​ที่​ไม่​ใช่​เอ​และ​บี​นั้น​ ​ทำ​ให้​ได้​ความ​รู้​เกี่ยว​กับ​ไวรัสบีว่า​ ​เป็น​ชนิดร้ายแรงกว่าชนิด​อื่น​มากมาย​ ​เพิ่มอัตราการตายมากขึ้น​ ​และ​ยัง​ดำ​เนินต่อไป​เป็น​โรคตับอักเสบเรื้อรัง​ ​หรือ​แม้ว่าอาการต่างๆ​ ​หายไปก็​ยัง​สามารถ​เป็น​พาหะนำ​โรคไปแพร่ติด​ผู้​ใกล้​ชิด​ ​และ​ผู้​มี​ความ​สัมพันธ์อย่าง​ใกล้​ชิด​ ​และ​ยัง​เพิ่มสถิติการ​เป็น​โรคมะ​เร็งตับอีก​ด้วย​ ​ความ​สามารถ​ใน​การแพร่​โรคของไวรัสบีนี้​ ​ดูพอๆ​ ​กับ​โรคเอดส

การติดต่อ​หรือ​แพร่​โรคของโรคตับอักเสบชนิดบีนี้​ ​มา​จาก​ผู้​ป่วยที่กำ​ลังป่วย​หรือ​ผู้​ที่​เป็น​พาหะดังที่กล่าวมา​แล้ว​ ​จะ​พบว่า​เชื้อไวรัส​จะ​มี​ใน​น้ำ​ลาย​ ​น้ำ​กาม​ ​น้ำ​เลือด​ ​และ​ทางเดินอาหาร​ ​หรือ​ใน​อุจจาระ​ ​เพราะ​ฉะ​นั้น​จะ​ติดต่อ​ได้​ต้อง​มี​ความ​สัมพันธ์อย่าง​ใกล้​ชิด​ ​เช่น​ ​กินอาหาร​ ​ดื่มน้ำ​แก้วเดียว​กัน​ ​จูบปาก​กัน​ ​ร่วมเพศ​ ​เพราะ​ฉะ​นั้น​โรคนี้​จะ​ติด​ได้​ทั้ง​ร่วมเพศชนิดต่างเพศ​ ​หรือ​พวกเพศเดียว​กัน​ ​เช่นพวก​ ​โอโมเซ็กส์ชวล​ ​พวกฉีดยา​เสพติด​โดย​ใช้​เข็มฉีดยาอันเดียว​กัน​ ​หรือ​แม้​แต่คลินิกที่​ยัง​ใช้​เข็มฉีดยาอันเดียว​กัน​ ​แม้การทำ​ฟันก็​ยัง​เป็น​แหล่งที่​แพร่​โรค​ได้​ ​และ​ยัง​สามารถ​ถ่ายโรคไปสู่​เด็ก​ใน​ครรภ์อีก​ด้วย​ ​หรือ​แม้​แต่การ​ได้​รับเลือด​จาก​ผู้​ที่​เป็น​พาหะก็มี​ ​ซึ่ง​ก็​จะ​เห็นว่าการแพร่​โรคมีลักษณะคล้ายโรคเอดส์ เพราะ​ฉะ​นั้น​บุคคลที่มี​ความ​เสี่ยงต่อการติดโรค​ ​ก็คือบุคลากรทางแพทย์​ ​แพทย์​ ​พยาบาล​ ​ทันตแพทย์​ ​โสเภณี​ ​ผู้​ที่สำ​ส่อนทางเพศ​ ​โฮโมเซ็กชวล​ ​ผู้​ที่ติดยา​เสพติด​ ​เด็ก​ใน​ครรภ์​ ​ผูที่​ได้​รับเลือด​จาก​ผู้​อื่น​ ​และ​ผู้​ที่​ใกล้​ชิด​กับ​ผู้​ป่วย​ ​เป็น​ต้น​

วิธีป้อง​กัน​ก็คือล้างมือ​ให้​สะอาดทุกครั้งที่หยิบจับสิ่งของที่​เป็น​ส่วน​รวม​ ​ไม่​สำ​ส่อนทางเพศ​ ​ไม่​ติดยา​เสพติด​ ​ไม่​จำ​เป็น​ก็​ไม่​ควรรับเลือด​จาก​ผู้​อื่น​ ​ควรตรวจเลือดก่อนตั้งครรภ์​ ​หรือ​ฉีดยาคุมก่อนการตั้งครรภ์​ ​อยู่​ห่าง​จาก​ผู้​ป่วย​ ​หรือ​แม้​แต่ผุ้ที่​เป็น​พาหะ​ ​ไม่​ใช้​เข็มฉีดยาอันเดียว​กับ​ผู้​อื่น

การรักษา​โรคตับอักเสบ​จาก​ไวรัสทุกชนิด​ ​ยัง​ไม่​มียาที่รักษา​โดย​ตรง​ ​ปัจจุบันมี​ผู้​พยายาม​ใช้​ยารักษา​ ​แต่ผล​ยัง​ไม่​เป็น​ที่น่าพอใจ​ ​แต่ยาที่​ใช้​รักษามะ​เร็งตับ​ได้​ผลบ้าง​ ​แต่​ไม่​หายขาด​

การรักษา​จึง​ใช้​วิธีพักฟื้น​และ​เสริมภูมิต้านทาน​ ​ให้​พลังงานทดแทน​โดย​ให้​น้ำ​ตาลแทนพลังงานที่มา​จาก​โปรตีน​ ​ไขมัน​ ​ให้​วิตามินเสริม​ช่วย​จนกว่าอาการของโรค​จะ​ทุ​เลาลง​ ​และ​หายไป​ ​เรียกว่าการรักษาตามอาการ​ ​ควร​จะ​ต้อง​หาย​ทั้ง​อาการทางร่างกาย​ ​และ​น้ำ​เหลือง​ด้วย

ขั้นตอนการฉีดยาวัคซีนป้อง​กัน​โรคไวรัสบี

ก่อน​อื่น​จะ​ต้อง​เจาะ​เลือดเพื่อหา​HBs Agก่อนว่าบวก​หรือ​ลบ​ ​ใน​กรณีที่มีผลลบ​ ​ก็คือ​ยัง​ไม่​เป็น​ ​และ​ต้อง​เจาะ​เลือดดูว่ามีภูมิคุ้ม​กัน​หรือ​ไม่​ ​ถ้า​มีก็​ไม่​ต้อง​ทำ​อะ​ไร​ ​แต่​ถ้า​ไม่​มี​และ​ต้อง​การฉีดยา​ ​เพราะ​คุณ​ต้อง​ใกล้​ชิด​ผู้​ป่วย​หรือ​มีอาชีพดังที่กล่าว​ไว้​แล้ว​ ​หรือ​เป็น​โฮโม​ ​หรือ​โสเภณีที่ติดยา​เสพติด​ ​ให้​วัคซีนป้อง​กัน​ได้​ ​เข้า​ใจว่าประมาณ​ 40 ​บาทต่อเข็ม​ ​ต้อง​ฉีดอย่างน้อย​ 3 ​เข็ม​ ​แต่​จาก​การที่​ต้อง​เจาะ​เลือดตรวจว่าติดเชื้อ​หรือ​ไม่​ ​และ​ตรวจภูมิคุ้ม​กัน​ก็คงเกิน​ 1,000 ​บาท​ ​ขึ้นไป

โรคนี้​ถึง​แม้​จะ​เป็น​โรคติดต่อที่น่ากลัว​ ​แต่ก็​ไม่​ได้​หมาย​ความ​ว่า​ต้อง​หวาดวิตกจนเกินเหตุ​ ​อย่างน้อยการดู​และ​ตัวเอง​ ​และ​คนรอบข้างก็​เป็น​การป้อง​กัน​ที่ดีที่สุด

5 thoughts on “ตับอักเสบจากไวรัส

  1. อ่าน่ะ ได้ความรู้เพิ่มขึ้นมาหน่อยดีและที่เอามาให้อ่าน

  2.  
    O_o"
     
    ไม่มีวิธีป้องกันโรคตับแข็งเรอะ
    5555555+
     

  3. ไมมาวิชาการดีจังวะ ห่ะๆๆๆเป็นไงมั่งวะ หวังว่าจะสบายดีทุกประการอยู่เอาเถอะ ไปละ แล้วเจอกันใหม่

  4. โหความรู้ทั้งนั้น -"-
    เป็นไงบ้างเราที่น่านสบายมั้ยจ๊ะ
    จะกลับไทยแล้ว แล้วเจอกันนะจ๊ะ ^^

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s