ระบายอารมณ์

…untitled…

เช้าวันนี้นั่งรถตู้จากท่าน้ำสี่พระยา มาติดอยู่ที่สามย่าน มองนาฬิกาข้อมือ เห็นว่าเป็นเวลา 7 นาฬิกา พร้อมกับรำพันกับตัวเองว่า "กุจะมาทำห่าไรเช้าขนาดนี้" เพื่อเข้าเรียนคาบแรกเวลา 8 โมง ด้วยการที่แบกท้องมาตายเอาดาบหน้า จึงจำเป็นต้องรีบเข้าโรงอาหารเพื่อหาอะไรประทังชีวิตให้รอดไปอีกมื้อ หลังจากรอดตาย ก็เดินถ่อสังขารตัวเองขึ้นไปเรียน มองผ่านกระจกประตูเข้าไป ยังไม่มีใครมาซักคน นี่เรามาคนแรกเลยหรือนี่ ประหลาด ไม่เคยเป็นมาก่อน เลยโทร.หาเพื่อนที่ชื่อจ๋า ให้มาเรียนเป็นเพื่อนหน่อย ด้วยความที่จ๋าเป็นคนใจดี และที่สำคัญเป็นผู้หญิง (รึเปล่า) ก็เลยมาเรียนเป็นเพื่อนเรา ตอนเข้ามานั่งก็ดีดีอยู่ ไม่มีไรผิดปกติหรอก แต่พอนั่งไปซักพักนึง ก็มีรุ่นพี่คนนึ่งเดินเข้ามา แล้วก็คุยกะเพื่อนเค้าว่าเค้าได้ไปกินเอ็มเคมา เค้าบอกว่าร้านมีการปรับปรุงใหม่… มีเมนูใหม่ ร้านใหม่ และอะไรใหม่ๆ รวมถึงพนักงานที่อบรมมาใหม่ เมื่อได้เวลาต้นชั่วโมง ทางร้านจะเปิดเพลง และพนักงานก็จะเต้นๆๆๆๆ ในระหว่างที่เค้ากะลังเล่าประสบการณืของตัวเองอยู่นั้น ประสบการณ์ของเรากะจ๋าก็เกิดขึ้นพร้อมกัน นั่นคือภาพที่เห็นเค้าเต้นท่าที่พนักงานในร้านเอ็มเคเต้น… ได้ถูกบันทึกลงในสมองเราเป็นที่เรียบร้อย ท่ามกลางสายตาผู้เข้าเรียนอีกนับสิบคู่…. เธอช่างกล้าเสียจริงๆ….. เรื่องตอนเช้าก็จบกันไป
วันนี้ตอนเย็นหลังเลิกเรียน นัดชาด (เพื่อนตอนเรียนสวนกุหลาบ) จะแวะมาแต่งผม…(55+ เรียกซะ) ที่มาบุญครอง เราเลยอยู่คอยเจอะเจอเพื่อน ตอนนัดก็บอกว่าจะมาถึงประมาณ 4 โมงเย็น แต่ที่ไหนได้ การจราจรติดขัดไปนิดหน่อย มาถึง 5 โมง ไม่ว่ากัน… นิดๆ หน่อยๆ เราไม่รอเช้าเพราะเย็นมากแล้ว เดินขึ้นไปร้าน NEO ชั้นสาม MBK เมื่อไปถึงร้าน นัดก็ฝากของกับเรา อันได้แก่ เสื้อกันหนาว และกระเป๋า ก่อนจะขึ้นเขียงให้ช่างปู้ยี้ปู้ยำ – -* เราก็ไม่รู้จะไปคอยที่ไหน เพราะที่นั่งในร้านก็เต็มไปดวยช่างที่ว่างงานนั่งอ่านนิตยสารอยู่ เลยจำต้องเดิน เดิน และก็เดิน เราเดินวนชั้นสามไปหนึ่งรอบ ลงไปวนชั้นหนึ่งอีกหนึ่งรอบ ช่างเป็นโชคดีเหลือเกินที่น้องสาวโทร.มา ทำให้การรอคอยครั้งนี้ไม่น่าเบื่อ แต่เดินๆ ไปก็เริ่มรู้สึกว่ามีคนมองๆ ก็ไอ้นี่มันบ้านี่หว่า มันเล่นถือเสื้อกันหนาวสองตัว กระเป๋าสองใบ -*- นึกสภาพตัวเอง แม่งอีบ้าหองฟางชัดๆ เลยจำต้องหาที่นั่งให้เป็นหลักแหล่ง ….. เพื่อนๆ ลองคิดดูสิว่าเราจะไปนั่งที่ไหน… เรานึกขึ้นได้ว่าใกล้ๆ ร้านนั้นมีร้าน สเวนเซ่นอยู่ เลยไปนั่งในร้านนั้น ตอนเข้าไปพนักงานก็ถามว่ากี่ที่ เราก็บอกสอง แต่รอเพื่อนอยู่ น้องสาวที่ถือสายรออยู่นั้นก็พูดขึ้นมาว่า ปกติเวลาคุยโทรศัพท์พนักงานจะไม่ถามหนิ เราก็เลยบอกว่า พนักกงานมันไม่มีมารยาทมั้ง ขณะกำลังนินทาอยู่นั้น พนักงานก็โผล่มาจากไหนไม่ทราบเอาเมนูมาให้ พร้อมสั่งเสียก่อนไปว่า เพื่อนมาเรียกด้วย – -* ไอ้ที่จริงก็ไม่ได้อยากกินไอติมเท่าไหร่หรอก เราก็คอย ค้อย และคอยต่อไป
นัดชาดทำผมไรเสร็จเรียบร้อยก็มาหาเราในร้าน ที่เราได้โทร.บอกไปก่อนหน้านี้แล้ว งืม… นัดก็นั่ง… เราก็มองๆ เราถามว่าจากินติมมั้ย นัดบอกจากินข้าว เราก็ได้เวลา 1 – 2  ชิ่ง) ล่ะสิ ระหว่างที่กำลังดำเนินการชิ่ง เราส่งเสื้อกันหนาวที่นัดฝากเราไว้ ให้ ผนักงานตัวดีก็โผล่มาจากไหนอีกไม่รู้ เอาน้ำมาเสิร์ฟ…. เป็นอันจบสิ้นชีวัตกันเลยทีเดียว แผนการชิ่งเลยต้องยำเลิกไป พร้อมกับการเปิดเมนูเผื่อสั่งไอติม….
กินติมจบ กลับบ้าน เสร็จ เมื่อยมือแร่วว
ธรรมะ

พระราชดำรัส

"…โลกปัจจุบันเต็มไปด้วยการโฆษณาชวนเชื่อ ฉะนั้น ก่อนที่จะปักใจเชื่ออะไรลงไปควรพิจารณาดู เหตุผลให้ถ่องแท้เสียก่อน แม้แต่ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ยังทรงแนะให้ใช้สติ และปัญญา ศึกษาค้นคว้าและไตร่ตรองให้แน่ว่า คำสั่งสอน นั้นเป็นความจริงที่เชื่อได้หรือไม่ ไม่ให้สักแต่ว่าเชื่อเพราะว่ามีผู้รู้บัญญัติไว้…"
 
พระราชดำรัส ในพิธีถวายปริญญากิตติมศักดิ์
ของ มหาวิทยาลัยวิลเลียมส์
ณ วิลเลียมทาวน์ นครนิวยอร์ค 11 มิถุนายน 2510
จิปาถะ

คุณประทับใจศิษย์เก่าสวนกุหลาบฯ ท่านใดบ้าง

สำหรับผม มีเพียงสองท่าน

ท่านแรกจะเป็นใครไม่ได้นอกจาก ท่านปรีดี พนมยงค์ ผู้อภิวัฒน์การปกครองระบอบประชาธิปไตย ท่านเป็นเพียงลูกชาวนา ได้เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และไปศึกษาต่อด้านกฎหมายจากประเทศฝรั่งเศส ท่านเป็นผู้กู้ชาติด้วยเสรีไทย คนไทยบางคนกลับใส่ร้ายท่านด้วยข้อหาอันน่ารังเกียจ ท่านเป็นคนดีที่เมืองไทยไม่ต้องการ แต่สุดท้าย ท่านก็ได้รับการยกย่องให้เป็นรัฐบุรุษคนแรกของประเทศไทย และเป็นรัฐบุรุษที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียว.

ท่านที่สอง คือท่านจาตุรนต์ ฉายแสง สมัยที่ท่านดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา นโยบายของท่านแสดงถึงความมีวิสัยทัศน์ด้านการศึกษาอย่างชัดเจน ทำให้คาดหวังได้ว่าอนาคตประเทศไทยคงจะมีคุณภาพมากขึ้น (แต่น่าเสียดายที่ผู้รับช่วงกลับมิได้มีวิสัยทัศน์เหมือนท่านแม้แต่น้อย) และในยามบ้านเมืองวุ่นวาย ท่านก็มิได้ทอดทิ้งประชาชน ท่านไม่เคยก้มหน้าให้กับความอยุติธรรม แต่กลับยืนหยัดยึดมั่นอุดมการณ์รักษาประชาธิปไตยดังที่ท่านปรีดีได้วางรากฐานไว้ สมกับเป็นลูกสวนกุหลาบฯอย่างแท้จริง.

แล้วคุณล่ะ ประทับใจใครบ้าง?

 
น้ำเป็นของปลา ฟ้าเป็นของนก