human relation (ภาคต่อ)

วิชา Human Relations มอบหมายงาน (อีกแล้ว) ที่ดูเหมือนจะง่าย แต่ยากเย็นเหลือเกิน โดยการให้นิสิตกลุ่มเดิม (ย้อนความเดิมจากตอนที่แล้ว ที่ให้นิสิตจับกลุ่มกันเพื่อทำความดี) นั้น ไปเที่ยวกัน โดยมีข้อกำหนดว่า ห้ามไปต่างจังหวัด ห้ามค้างคืน และห้ามอื่นๆ อีกมากมาย (จำไม่ได้แระ 55+) ทำไมถึงว่าดูเหมือนง่าย ก็เพราะมันเป็นงานที่ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่ไปเที่ยวกัน หากิจกรรมทำร่วมกัน ซึ่งแต่ละคนก็คงทำงานแบบนี้กันบ่อยๆ แต่การไปทำกิจกรรมร่วมกันด้วยจำนวนคนอันล้นหลาม ประมาณ 14 – 15 คน ทำให้หาเวลาว่างตรงกันยาก ไม่สามารถไปในบางสถานที่ที่ไม่สามารถรองรับจำนวนคนขนาดนี้ได้ และต่างคนต่างจิตต่างใจ อยากทำกิจกรรมแตกต่างกันออกไป

สมองที่อัดแน่นไปด้วยแกลบของผมก็เริ่มทำงานหลังจากที่ได้รับฟังการมอบหมายงานของท่านอาจารย์ โดยเริ่มคิดจากว่า กิจกรรมที่ต้องไปทำนั้น ควรเป็นกิจกรรมที่ทุกคนมีส่วนร่วม และสามารถทำความรู้จักกันให้มากขึ้น ฉะนั้น กิจกรรมดูภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์จึงเป็นกิจกรรมแรกที่ถูกตัดออกไปจากสารบบสมองของผม ร้องคาราโอเกะก็ดูออกจะเป็นกิจกรรมที่ดี แต่ลองคิดดูสิว่า ทุกๆ คน จะได้ร้องหรือ…? เป็นไปไม่ได้แน่นอน จะต้องมีผู้ครองไมค์ และผู้ปราศจากไมค์ ผมเลยถือกิจกรรมร้องคาราโอเกะ เป็นกิจกรรมต้องห้ามอีกเช่นกัน (จริงๆ ไม่อยากร้องเพลง 55+) ในตอนนั้นกิจกรรมที่ผมคิดว่า work (more) (แอบเลียนแบบโปรโมผู้ให้บริการชันโทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อหนึ่ง) ที่สุด คือ การโยนโบว์ลิ่ง เพราะเมื่อถึงตาใครเล่น คนนั้นก็ต้องเล่น จึงเป็นกิจกรรมที่ได้เล่นกันทุกคน ถึงแม้ว่าจะมีข้อเสียเรื่องจำนวนคนต่อเลนบ้างก็ตาม แต่ในตอนนั้น สมองที่อัดแน่นไปด้วยแกลบของผมก็คิดได้แค่นั้นแหละ

ผมได้ลองพูดคุยกับพี่แพม ปรากฏว่าพี่เค้าสนใจที่จะไปร้องคาราโอเกะ ซึ่งตรงข้ามกับตัวผมโดยสิ้นเชิง ผมพยายามหาเหตุผลต่างๆ นานาเพื่อมาสนับสนุนกิจกรรมโยนโบว์ลิ่งของผม

แต่เมื่อถึงวันกำหนดนัดหมาย ที่ผู้มีอิทธิพลสองท่านจากคณะพาณิชศาสตร์และการบัญชีเป็นผู้กำหนด นั่นคือวันพฤหัสบดี ที่ 24 สิงหาคม 2549 หลังเสร็จกิจจากเรียนวิชามนุษยสัมพันธ์ เหตุผลต่างๆ นานาที่คิดมาเป็นสัปดาห์ๆ กลับต้องมลายลงไป เมื่อทั้งกลุ่มลงมติกัน (หรือเผด็จการไม่ทราบ)… ไปทานไอศกรีมที่ร้าน Swensen’s สาขา Siam Square

การไปทานไอศกรีมในครั้งนี้ เปรียบดั่งเช่นการยกทัพไปตีกรุงหงสาวดีอย่างใดอย่างนั้น เพราะไม่ใช่กลุ่มของผมกลุ่มเดียวที่ไป พร้อมกันนั้นมีอีกสองกลุ่ม (ถ้าจำไม่ผิด) ไปด้วย ร้าน Swensen’s อันเงียบเหงา เหมือนถูกปลุกจากนิทราในทันใด

การสั่งไอศกรีมดำเนินไปอย่างเกรงอกเกรงใจ ทำให้การสั่งไอศกรีมดำเนินไปด้วยความล่าช้า ขณะนี้สมาชิกในกลุ่มยังเดินทางมาไม่ครบ ขาด 3 กำลังหลักจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สมาชิกที่มาก่อนแล้วจึงสั่ง earth quake มาก่อน 2 ชุด ทานกันไปได้จนเกือบหมด พี่ทั้งสามคนจึงเดินทางมาถึง และได้สั่งอีกชุดหนึ่ง การทานไอศกรีมเป็นไปอย่างเฮฮาสนุกสนาน หยอกล้อกันบ้าง ทำให้เกิดความครื้นเครง

เมื่อทานเสร็จ ชำระเงิน และหารเฉลี่ยกัน ปรากฏว่า เฉลี่ยออกมาได้คนละ 47 บาท ผมได้ยินสมาชิกในกลุ่มพูดขึ้นมาว่า นี่เป็นการทานไอศกรีม Swensen’s ที่ถูกที่สุดในชีวิตเลย ผมเกือบเห็นด้วย ถ้าไม่เคยทานฟรีมาก่อน คงเห็นด้วยไปแล้วอล่ะ 55+

จากการทำกิจกรรมร่วมกันในครั้งนี้ ก็ทำให้ผมได้รู้จักกับเพื่อน และรุ่นพี่ต่างคณะมากขึ้น การได้รู้จักกับเพื่อนต่างคณะ ก็ทำให้ชีวิตในมหาวิทยาลัย มีสีสันขึ้นเยอะเหมือนกัน

ป.ล. โดนยัดเยียดให้เป็นผู้รวบรวมความรู้สึกของสมาชิกทุกคนในกลุ่ม T T

2 thoughts on “human relation (ภาคต่อ)

  1. อิอิ เป็นวิชาที่ดีมากๆวิชานึงเลยเนอะ ว่ามั๊ยน้องสิทธิ์
     
    (แม้ว่าพี่จะไม่เคยเรียนก็เหอะ T_T)

  2. อยากเรียนวิชานี้มั้งจังเลยอ่ะ
    ฟังแล้วดูน่าหนุกดีเนอะ
    มีสาระอีกต่างหาก
    น่าเสียดายที่ มอ. เราไม่มีอ่า….T ^ T….
     
     

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s