จาก osknetwork

ธีรยุทธ บุญมี "เด็กไทยมีความสามารถมากกว่าระบบ"
โดย สมศักดิ์ ดำรงสุนทรชัย
นิตยสารผู้จัดการ เมษายน 2545

เมื่อกล่าวถึงชื่อ ธีรยุทธ บุญมี ผู้คนในสังคมไทยจำนวนไม่น้อยย่อมนึกถึงภาพของอดีตผู้นำนิสิตนักศึกษา ผู้เป็นกำลังสำคัญที่ก่อให้เกิดประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยหน้าใหม่ โดยมีประชาชนเป็นผู้ร่วมบันทึก ขณะที่บางส่วนได้ยินชื่อของเขา ผ่านงานวิจัยทางสังคมศาสตร์ที่มีอิทธิพลต่อสังคมภายใต้ชื่อที่สื่อมวลชนระบุว่าเป็น ธีรยุทธโพลล์

แต่จะมีใครรู้บ้างว่าในปี 2511 ชื่อของ ธีรยุทธ บุญมี คือชื่อของนักเรียนสวนกุหลาบฯ ที่สอบได้คะแนนเป็นที่หนึ่งของประเทศไทย สายวิทยาศาสตร์ ด้วยคะแนนรวมร้อยละ 91.90 แต่ไม่ได้รับทุนเล่าเรียนหลวงเหมือนกับที่ผู้สอบได้ที่หนึ่งในแต่ละปีได้รับ ด้วยเหตุผลง่ายๆ เพียงว่าอายุเกินเกณฑ์ ก่อนที่จะเป็นนิสิตคณะวิศวกรรมไฟฟ้า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีผลงานปรากฏในบรรณพิภพเป็นหนังสือนิยายวิทยาศาสตร์

"การเป็นนักเรียนสวนกุหลาบฯ ไม่ได้มีจุดใหญ่อยู่ที่การทำให้ผมเรียนเก่ง เรื่องเรียนเก่งเป็นประเด็นเล็กน้อยมากที่ผมได้จากสวนกุหลาบฯ สิ่งยิ่งใหญ่ที่ผมได้รับจากสวนกุหลาบฯ น่าจะอยู่ที่การทำกิจกรรม เป็นประสบการณ์ของการทำงานเพื่อส่วนรวม เป็นกระบวนการที่บ่มเพาะให้เด็กมีความมั่นใจที่จะคิด ที่จะแสดงออก และรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นเป้าหมายของการศึกษาที่แท้จริง"


แก้วสรร อติโพธิ "สวนกุหลาบฯ ในอดีต เปิดให้เด็กคิด และเติบโตโดยไม่สูญเสียตัวตน"
โดย สมศักดิ์ ดำรงสุนทรชัย นิตยสารผู้จัดการ เมษายน 2545

อดีตอาจารย์คณะนิติศาสตร์ และรองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งผันตัวเข้ามาเป็นสมาชิกวุฒิสภา จากการเลือกตั้งในเขตกรุงเทพมหานคร และได้ชื่อว่าเป็น "ผู้มีฝีปากคมพอๆ กับความคิด"

เขาเข้าเรียนชั้น ม.ศ. 2 ในสวนกุหลาบฯ เมื่อปี พ.ศ. 2508 จากผลของการย้ายตามบิดา (ศิริ อติโพธิ อดีตประธานศาลฎีกา) และมีผลการเรียนดีเป็นที่ 1 ของนักเรียนชั้น ม.ศ. 1 จากโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดอุบลราชธานี

"ชื่อเสียงของสวนกุหลาบฯ อาจเป็นผลมาจากต้นทุนที่มีเด็กเก่งๆ จากทุกสารทิศเข้ามาเรียน และทำให้เกิดความหลากหลาย แต่ส่วนประกอบสำคัญน่าจะอยู่ที่ครู ซึ่งมีความภาคภูมิใจในความเป็นครู ไม่ได้คิดที่จะแสวงหารายได้จากการกวดวิชาเหมือนปัจจุบัน" เป็นความรู้สึกที่แก้วสรรสะท้อนออกมา และบ่งบอกนัยของความรู้สึกกังวลต่อปัญหาการศึกษาของชาติได้อย่างตรงไปตรงมา

ความทรงจำและความรู้สึกนึกคิดของเขาที่มีต่อสวนกุหลาบฯ ดูจะกว้างไกลออกไปและเกี่ยวเนื่องกับระบบการศึกษาไทยทั้งระบบ มากกว่าที่จะพร่ำพรรณาถึงความรัก ความผูกพันที่ศิษย์เก่าคนหนึ่งมีต่ออิฐ ปูน ทราย ที่ก่อขึ้นมาเป็นโรงเรียน

"สิ่งที่ผมได้จากสวนกุหลาบฯ เป็นความรู้สึกถึงความเป็นสามัญ บรรยากาศของความเสมอภาพ และเสรีภาพที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นวินัยที่ไม่ได้เกิดจากการบังคับ สวนกุหลาบฯ ในอดีต เปิดให้เด็กคิด และเติบโตโดยไม่สูญเสียตัวตน ซึ่งโรงเรียนในอดีตส่วนใหญ่ก็มีลักษณะเช่นนี้"


ไพบูลย์ ดำรงค์ชัยธรรม สวนกุหลาบฯ คือ ที่อยู่ของปัญญาชน
โดย สมศักดิ์ ดำรงสุนทรชัย
นิตยสารผู้จัดการ เมษายน 2545

สภาพการเรียนการสอนของสวนกุหลาบฯ ในความทรงจำของไพบูลย์ ดูจะเป็นเรื่องราวที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับสภาพของโรงเรียนเดิมที่เขาได้จากมา เริ่มตั้งแต่ค่าเล่าเรียนที่ถูกมากเพราะเป็นโรงเรียนของรัฐ ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมชั้นเรียนที่มีภูมิหลังแตกต่างหลากหลาย และที่สำคัญมากก็คือ ความเป็นครูของเหล่าคณาจารย์ ที่ปฏิบัติต่อนักเรียนเหมือนกับเป็นสมาชิกในครอบครัว

"เพื่อนผมบางคนเป็นลูกชาวนา ฟันขาวซี่ใหญ่ ตัวดำ แต่ทุกคนมีแววที่ดูแล้วจะรู้ว่าคนนี้ฉลาด เอาดีได้ เพราะทุกคนต้องสอบแข่งขันเข้ามาเรียน ฐานะอาจแตกต่างกัน แต่ที่เหมือนกันคือเป็นนักเรียนสวนกุหลาบฯ เป็นผู้ที่มีความคิดมีปัญญา เพราะสวนกุหลาบฯ คือ ที่อยู่ของปัญญาชน"


ชาญวิทย์ เกษตรศิริ "เป็นนักเรียนสวนกุหลาบฯเพราะพ่อเลือกไว้แล้ว"
โดย สมศักดิ์ ดำรงสุนทรชัย
นิตยสารผู้จัดการ เมษายน 2545

เขายังชี้ด้วยว่า สวนกุหลาบฯ ไม่ได้เก่งหรือมีชื่อเสียงเฉพาะในด้านวิชาการเท่านั้น การมีครูจากอังกฤษมาสอนประจำอยู่ในโรงเรียนในอดีต ทำให้กิจกรรมกีฬาของสวนกุหลาบฯ โดยเฉพาะฟุตบอลมีชื่อเสียงไม่แพ้กัน
"ตอนนั้นถ้าสวนกุหลาบฯ แข่งขันฟุตบอลกับทีมใดก็ตาม นักเรียนสวนกุหลาบฯ จะต้องแห่ไปดูไปเชียร์กันอย่างเอิกเกริก หากวันไหนฟุตบอลแพ้ โลกทั้งโลกมันดูเหมือนจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ แต่ถ้าสวนกุหลาบฯ เป็นฝ่ายชนะ ท้องฟ้าดูจะเป็นสีชมพู-ฟ้า สวยงามกว่าวันอื่นๆ"
ทุกวันนี้ ชาญวิทย์ ยังร่วมพบปะสังสรรค์กับเพื่อนร่วมรุ่นสวนกุหลาบฯ 95/02 ของเขาอยู่เป็นระยะ ตามแต่โอกาสและหน้าที่การงานจะเอื้ออำนวย ซึ่งเขาเล่าว่า ทุกครั้งที่พบกัน ก็ไม่รู้สึกว่ามีความแตกต่างระหว่างกลุ่มเพื่อน แม้จะมีอาชีพการงานแตกต่างกันไปบ้างก็ตาม
"เวลาพบกันก็ได้รำลึกอดีต เรื่องเล่าเกี่ยวกับความเปิ่นความเด๋อ ทั้งของเราเอง ของเพื่อนเรา หรือแม้กระทั่งครูอาจารย์ที่เคยสอนเรา ถูกหยิบยกขึ้นมาให้ได้ยิ้มได้หัวเราะ มันเป็นความรู้สึกผูกพันเหมือนเป็นครอบครัว"
สวนกุหลาบฯ ในทัศนะของชาญวิทย์ จึงมิได้จำกัดอยู่เพียงการเป็นสถานศึกษา ที่ส่งเสริมให้นักเรียนมีความสามารถด้วยพุทธิปัญญาเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทในการสร้างเสริมให้จำเริญด้วยจริยธรรม ซึ่งนั่นเป็นบทบาทของสวนกุหลาบฯ ในมิติของการสร้างวัฒนธรรมการศึกษาอีกด้วย


นำมาจาก osknetwork

4 thoughts on “จาก osknetwork

  1. เห็นด้วยกะคุณธีรยุทธนะ
     
     
    kissถึงนะค้า

  2. จะให้อัพยังไงหว่า
    เน็ตที่บ้านออนไม่ได้นิ๊
    สีแสบตาเลยนะ
    มาเม้นท์คืนจร้า

  3.  
    หวัดดี
    เราเข้ามาได้ไงไม่รู้
    เลยแวะมาเม้นให้
    เราก็อยู่สวนกุหลาบนะ
    sks#09
    เธอล่ะ

  4. จบจากสวนเหรอ
    ชื่อไรอ้ะ
    เราชื่อเกดรุ่น9
    แล้วจะแวะมาใหม่นะจ้ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s